ยู่ในสายตาเลยสักนิด
หากตอนขึ้นเวทีต่อสู้จริงๆ เขายังคงมีท่าทีหลงตัวเองแบบนี้โอกาสแพ้มีมากกว่าชนะแน่นอน
ราวกับเห็นความกังวลใจของเฉินเฟิง ฉู่ยี่เฟยจึงรีบเอ่ยเตือน “เทียนเซอ มั่นใจในตัวเองเป็นเรื่องดีแต่อย่าดูถูกศัตรูเด็ดขาด การต่อสู้ในครั้งนี้มีความเป็นไปได้มากว่าทางสมาคมการค้าเชียสุ่ยจะเชิญคนของนักบุญมืดและเสินอิ่นมา ความสามารถของพวกเขานั้นจอมยุทธ์ธรรมดาทั่วไปของประเทศญี่ปุ่นเทียบไม่ติดเลยล่ะ”
เมื่อได้ยินคำว่าคนของนักบุญมืดและเสินอิ่น ม่านตาของจางเทียนเซอก็หดเล็กลงโดยอัตโนมัติ ทว่าฝีปากเขายังคงไว้ซึ่งความไม่ใส่ใจ “พี่ฉู่ คนของนักบุญมืดและเสินอิ่นเก่งก็จริง แต่พวกเราคนของภูเขาหลงหู่ก็ไม่ธรรมดา”
“ผมตามอาจารย์ขึ้นเขาไปฝึกวิชาตั้งแต่เด็ก วิชาของภูเขาหลงหู่ผมท่องจำได้ขึ้นใจ ถึงจะต้องปะทะกับคนของนักบุญมีดจริงๆ ผมก็ไม่กลัว”
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน” ภายนอกฉู่ยี่เฟยพยักหน้ารับ ทว่าภายในกลับถอนหายใจใส่ หากคนของนักบุญมืดและเสินอิ่นรับมือได้ง่ายขนาดนั้น เช่นนั้นสมาคมการค้าเชียสุ่ยคงไม่ต้องลำบากเชิญคนทั่วทุกสารทิศแบบนี้หรอก
เมื่อเห็นว่าฉู่ยี่เฟยยังคงมีความกังวลอยู่ หูฉี่ซิงก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “พี่ฉู่วางใจเถอะ รุ่นพี่จางคือที่หนึ่งของรุ่นเยาวชนของภูเขาหลงหู่ คนในวัยเดียวกันที่มีวิชามากพอสูสีกับรุ่นพี่จางได้นั้นมีไม่เกินสามคน พรุ่งนี้มีรุ่นพี่จางออกตัว ชัยชนะต้องตกเป็นของสมาคมการค้าจงไห่ข