ของประเทศญี่ปุ่น คนอื่นก็คงไม่ว่าอะไร ดังนั้นอย่ากดดันไปเลยรุ่นน้องเฉิน”
“รุ่นพี่จางคิดมากไปแล้วล่ะ คำว่ากดดันมีน้อยครั้งมากที่จะปรากฏในพจนานุกรมของผม”
“ว่าแต่รุ่นพี่จางเอง……ต้องแบกรับชื่อเสียงของการต่อสู้ระหว่างสองประเทศในครั้งนี้ เกรงว่าจะกดดันมากเป็นพิเศษ หวังว่ารุ่นพี่จางจะตั้งสติได้ดีและทำให้สุดความสามารถในการต่อสู้วันพรุ่งนี้”
“ขอบคุณที่เตือนนะรุ่นน้องเฉิน แต่ว่าจอมยุทธ์ของประเทศเล็กๆอย่างญี่ปุ่นยังไม่มีสิทธิมากพอให้ผมต้องใช้ความสามารถทั้งหมดหรอก จัดการพวกมันผมใช้ความสามารถแค่เจ็ดส่วนจากทั้งหมดก็พอ”
“แค่เจ็ดส่วนก็มากพอที่จะทำให้พวกมันตั้งรับไม่ไหวแล้ว!” จางเทียนเซอเอ่ยอย่างทะนงตน เขาเป็นถึงศิษย์เอกของภูเขาหลงหู่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
ถึงแม้จะอยู่ในรุ่นเยาวชนของศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ย เขาก็สามารถอยู่ในสิบอันดับแรกได้
ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะฉู่ชีงฉือ เขาคงไม่มีทางมาเป็นตัวแทนของตระกูลฉู่เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ ให้เขามาจัดการจอมยุทธ์ของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่คุ้มค่าเลยสักนิด
“ฮ่าฮ่าฮ่า รุ่นพี่จางเท่มาก” หูฉี่ซิงเริ่มประจบอีกครั้ง
ด้านเฉินเฟิงกลับส่ายหน้าแล้วไม่พูดอะไรต่อ
ในตอนแรกเขายังรู้สึกดีกับจางเทียนเซอเพราะคนเป็นอาจารย์อย่างจางเสี่ยนจวนแห่งภูเขาหลงหู่
ทว่าตอนนี้……
หมดซึ่งความรู้สึกดีๆ
การต่อสู้ยังไม่ทันเริ่มจางเทียนเซอยังหลงตัวเองขนาดนี้ ไม่เห็นจอมยุทธ์ของประเทศญี่ปุ่นอ