จื๋อเหวินตบอกรับปาก ความสำคัญของเสี้ยเมิ่งเหยาที่มีต่อเฉินเฟิงนั้นอยู่ในจุดที่ไม่ต้องบอกก็รู้ๆกันอยู่ เฉินเฟิงยกเรื่องที่สำคัญขนาดนี้ให้เขาเป็นคนดูแล นั่นหมายถึงเชื่อมั่นในตัวเขา ดังนั้นเขาไม่มีทางทำให้เฉินเฟิงต้องผิดหวังอย่างแน่นอน
“แกวางใจเถอะ เจ้าเด็กจื๋อเหวินนี่เรื่องอื่นอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องปกป้องคนอื่นนี่ถือว่ามีชั้นเชิงทีเดียว รอแกต่อสู้กลับมา รับรองว่าเจ้าเด็กนี่จะคืนเมียแกให้โดยไร้รอยขีดข่วนแน่นอน”เจ้าสามหวงเอ่ยขึ้นอย่างเกียจคร้าน
เฉินเฟิงหัวเราะ “เช่นนั้นไม่พูดมากแล้ว เราไปที่คฤหาสน์ฉู่กันเถอะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินเฟิงก็มาถึงคฤหาสน์ฉู่อีกครั้ง
คฤหาสน์ฉู่ในวันนี้ดูเงียบเหงากว่าเมื่อสามวันที่แล้วไม่น้อย
บริเวณหน้าประตูนอกจากรถหรูสองสามคันที่จอดอยู่แล้วก็แทบไม่เห็นใครเลย
“พี่เฉิน”คนที่ยืนต้อนรับเฉินเฟิงอยู่หน้าประตูก็คือฉู่ชีงฉือ
ไม่เจอกันไม่กี่วันฉู่ชีงฉือดูดีขึ้นไม่น้อย
หลังจากเดินยิ้มหวานจนมาหยุดอยู่หน้าของเฉินเฟิงแล้ว ฉู่ชีงฉือก็ย้ายสายตาไปหยุดอยู่ที่เจ้าสามหวง “พี่เฉิน ท่านปู่ผู้นี้คือ…..”
เมื่อได้ยินคำว่าท่านปู่ เจ้าสามหวงก็สลดใจทันที
“เธอเรียกเขาว่าเจ้าสามหวงก็ได้”เฉินเฟิงเอ่ยอย่างขำขัน เขาไม่คิดจะบอกตัวตนที่แท้จริงของเจ้าสามหวงแก่ฉู่ชีงฉือ เพราะตอนนี้เจ้าสามหวงคือไพ่ใบสำคัญของเขา
“เจ้าสามหวง…..”ฉู่ชีงฉือกลั้นขำพลางหันไปมองเจ้าสามหวงแวบหนึ่งก่อนเอ่ย “ฉันเรียกเข