ะให้อัจฉริยะคนนั้นเป็นไพ่ตาย”
“ดังนั้นพอถึงเวลา ถ้านายสามารถทนไหวไม่แสดงฝีมืออ้านจิ้งของตัวเองออกมาได้ก็กลั้นไว้นะ” สือโพ่จุนพูดเสียงต่ำ เรื่องที่เฉินเฟิงเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้มันช็อคโลกเกินไป ถ้าวงการศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นรู้ว่า หวาเซี่ยมีปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่อายุแค่ยี่สิบห้าปี ทางวงการศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นคงกระจายกำลังกว่าครึ่งมาลอบฆ่าเฉินเฟิงแน่
ต่อให้เป็นหวาเซี่ยเอง ก็คงมีจอมยุทธ์หลายคนที่คิดจะลงมือกับเฉินเฟิงแน่
แต่โชคดี จนถึงตอนนี้ คนที่รู้ว่าเฉินเฟิงเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ ก็มีแค่ผู้บริหารระดับสูงไม่กี่คนของสหพันธ์สงครามเท่านั้น ผู้บริหารระดับสูงไม่กี่คนนั้นเคยติดตามเซียวกั่วจงทั้งนั้น ถือเป็นลูกน้องสายตรงของเซียวกั่วจง สถานการณ์ปกติแล้วพวกเขาไม่มีทางปรากฏตัวเด็ดขาด
โดยเฉพาะตอนนี้ ถ้าพวกเขาเปิดเผยความลับที่เฉินเฟิงเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ออกไป งั้นทางญี่ปุ่น สมาคมการค้าเชียสุ่ยคงยกเลิกการประลองหรือไม่ก็เปลี่ยนกฎการประลองกะทันหันแน่ๆ
ดังนั้นไม่ว่ายังไง พวกเขาก็ไม่ยอมให้เฉินเฟิงขึ้นประลองแน่
เพราะปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้กับการประลองครั้งนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาก็ไม่ปาน
เอาตามจริงแล้ว เฉินเฟิงต่างหากที่เป็นไพ่ตายใบสำคัญที่สุดของสมาคมการค้าจงไห่ในการประลองครั้งนี้!
“อืม ผมจะพยายามคุมพลังตัวเองไว้ให้อยู่ในระดับอ้านจิ้งนะ” เฉินเฟิงยิ้มบอก คำพูดของสือโพ่จุนทำให้เขาใ