ๆไว้ที่ห้องเก็บอาวุธของสหพันธ์สงคราม ถ้าจะปล่อยให้กระบี่ขึ้นสนิม สู้ให้มันตามนายไปลิ้มรสเลือดของเจ้าพวกสมาคมการค้าเชียสุ่ยดีกว่า” สือโพ่จุนหัวเราะร่วน
กระบี่เล่มนี้ของเซียวกั่วจงวางค้างเติ่งไว้ที่ห้องเก็บอาวุธของสหพันธ์สงครามมาหลายสิบปีแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเลือด คือตอนที่เซียวกั่วจงสำเร็จขั้นมหาปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ระหว่างไปเยือนถิ่นเสินอิ่น
ครั้งนั้นเซียวกั่วจงใช้กระบี่เล่มนี้สังหารศิษย์เสินอิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในสามผู้นำของวงการศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นซะเลือดไหลนองประหนึ่งแม่น้ำ ทำเอาปิดประตูสำนักไปสิบปีเต็ม
ตอนนี้กระบี่เล่มนี้ได้ออกมาสู่โลกอีกครั้ง แน่นอนว่าต้องใช้กับพวกเสินอิ่นสิ
“พี่สือ ผมเข้าใจพี่ แต่กระบี่ของอาจารย์ ผมกลัวว่าจะใช้ไม่ไหว…” เฉินเฟิงยิ้มขืนบอก สำหรับสหพันธ์สงครามแล้ว กระบี่ของเซียวกั่วจงเป็นเสมือนสมบัติล้ำค่าประจำตระกูล มีความหมายกับสหพันธ์สงครามมาก ถ้าเขารับกระบี่มา เท่ากับรับมรดกตกทอดของเซียวกั่วจงมา…
แต่เซียวกั่วจงเป็นใครล่ะ?
หนึ่งในเก้าปรมาจารย์ บุกตะลุยเดี่ยวไปฆ่าล้างบางญี่ปุ่นในยุคที่หวาเซี่ยเปรียบเสมือนยุคมีด และยังสังหารโหดสำนักเสินอิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในสามผู้นำของวงการศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นซะต้องปิดสำนักไม่กล้าสู้หน้าผู้คน
กระบี่ที่คนในตำนานแบบนี้เคยใช้ ตัวเองตอนนี้มีปัญญารับมาหรอ?
เกิดตัวเองทำอะไรที่เป็นการดูถูกกระบี่ไปล่ะ จะทำยังไง?
“เสี่ยวเฟิง อย่