ล้ว ในสายตาของหลินหลันนั้น ผลประโยชน์มาเป็นอันดับแรก การที่เธอมีท่าทีแสดงออกที่เปลี่ยนไปกับเฉินเฟิงในแบบนี้ ต้องเป็นเพราะว่าเฉินเฟิงจะนำพาผลประโยชน์อะไรสักอย่างมาให้เขาแน่
“เว่ยกั๋ว คุณนี่ฉลาดจริงๆ ปกติก็ไม่เคยเห็นคุณฉลาดอย่างนี้” หลินหลันยิ้มให้ จากนั้นก็พูดต่อ “ฉันไปรู้เรื่องบางอย่างมา เรื่องพวกนี้ เมิ่งเหยาเป็นคนบอกฉันเอง”
“เมิ่งเหยาบอกเรื่องอะไรให้คุณฟัง?” เสี้ยเว่ยกั๋วถามกลับ
“เมิ่งเหยาบอกว่า เฉินเฟิงเป็นทายาทของตระกูลเฉิน”
“ทายาทของตระกูลเฉิน?!” รูม่านตาเสี้ยเว่ยกั๋วหกตัวลง พร้อมพูดเสียงหลง
เมื่อเห็นเสี้ยเว่ยกั๋วมีท่าทีเช่นนี้ หลินหลันตะลึงไปชั่วครู่ “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าตระกูลเฉินที่ไหน แล้วทำไมคุณต้องตกอกตกใจขนาดนั้นด้วย?”
เสี้ยเว่ยกั๋วยังไม่เข้าใจหลินหลัน ที่เขาตกใจมากมายขนาดนี้ เพราะว่าตนเองมีเหตุผล ความจริงแล้วเขาก็เดาได้ถึงสถานะที่แท้จริงของเฉินเฟิง ก็แค่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่กล้ารับประกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตกใจเกินควร
ทว่าในเวลานี้ หลินหลันก็พูดออกมาแล้ว…
“ตระกูลเฉินในยันเจียงนั่นใช่ไหม…” เสี้ยเว่ยกั๋วถอนหายใจออกมา
“คุณรู้แล้วเหรอ?” หลินหลันขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน
“ฉันเลยลองเดาถูกมาก่อนแล้ว”
“เคยลองเดาถูกมาแล้ว? งั้นทำไมคุณไม่บอกฉัน?” หลินหลันมองเสี้ยเว่ยกั๋วอยู่แวบหนึ่งอย่างไม่พอใจ ถ้าเสี้ยเว่ยกั๋วบอกกับเธอบ้าง เรื่องสถานะที่แท้จริงของเฉินเฟิง ถึงแม้ว่าจะเป็น