้วมองมาทางเฉินเฟิง ความรู้สึกของผู้หญิงบอกกับเธอว่า เฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คนที่จะพูดง่าย
“ที่ฉันถามแก ที่พ่อฉันพูด จริงไหม?!”
เฉินเฟิงยังคงสีหน้าเช่นเดิม พร้อมทั้งเน้นย้ำทีละคำ
“จริงแล้วจะยังไง?” หญิงวัยกลางคนเบะปากให้ พลันเธอหันมามองเสี้ยเว่ยกั๋วอย่างดูถูก แล้วพูดว่า “ไอ้บ้านนอกนี่ ไม่มองสภาพตนเองว่าเล่นตลกเรื่องอะไร กล้ามาบอกให้กูเอาเชือกไปคล้องคอลูกกู กูไม่สั่งให้ลูกชายกันมันให้ตายห่าไปซะก็ดีแค่ไหนแล้ว….”
“เพี๊ยะ”
หญิงวัยกลางคนยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงตบดังฟังชัดดังขึ้นในสถานการณ์นั้น
การตบในครั้งนี้ เสี้ยเมิ่งเหยาเป็นคนตบ
ในเวลานั้น เสี้ยเมิ่งเหยาได้แต่กัดฟันทนมองผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ แล้วพูดว่า “แกเชื่อหรือเปล่าว่าฉันจะฆ่าแก?”
หญิงวัยกลางคนกุมใบหน้าตนเอง พร้อมทั้งแววตาที่ไม่เชื่อ “แกกล้าตบฉันเหรอ?”
“อีนางนี กล้าตบฉัน?”
“เพี๊ยะ”
เสี้ยเมิ่งเหยาชูมือขึ้น และก็ใช้ฝ่ามือตบหน้าผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นอีกครั้ง
“ทำไมไม่กล้า?!”
“โอ๊ย!” หญิงวัยกลางคนกรีดร้อง จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่เสี้ยเมิ่งเหยา “อีนางนี่ กูจะฆ่ามึง!”
“เพี๊ยะ”
พลันมีฝ่ามือใหญ่ตบหน้าผู้หญิงวัยกลางคน
คนที่ลงมือในครั้งนี้ คือเฉินเฟิง
แรงตบของเฉินเฟิง ย่อมออกแรงกว่าเสี้ยเมิ่งเหยาเกินกว่าสิบเท่า
น้ำหนักเกือบร้อยกิโลกรัม หญิงวัยกลางคนที่รูปร่างเหมือนรถถังคันย่อมๆ กรีดร้องออกมาแล้ว ก็ลอยละล่องออกไป
เสียงดัง “โครม” เธอชนจนกอ