ากว่าร้อยล้านออกมาแล้ว
และคนแซ่หวางที่มีทรัพย์สินกว่าร้อยล้านมีเยอะมาก ดังนั้นหลินเสวียนเลยไม่รู้จริงๆว่า ประธานหวางที่พนักงานต้อนรับพูดคือคนไหน
“บริษัทจงเสิ้งรู้จักไหมครับ?” พนักงานต้อนรับไม่ได้พูดแต่ถามกลับ
“บริษัทจงเสิ้ง?” พอได้ยินคำนี้ หลินเสวียนอึ้งไปเล็กน้อย บริษัทจงเสิ้งก็เป็นเครือบริษัทที่เป็นหนึ่งในห้าร้อยอันดับของโลกของหลินเย่นไม่ใช่หรือไง?
“หลินเย่น บริษัทจงเสิ้งของเธอมีประธานแซ่หวางไหม?”
หลินเสวียนหันไปถาม
“มี….มีค่ะ” หลินเย่นพยักหน้า แต่สีหน้ากระอักกระอ่วน บริษัทจงเสิ้งมีประธานแซ่หวางแค่คนเดียว คือคนที่คราวก่อนเธอแนะนำให้เสี้ยเมิ่งเหยารู้จักคนนั้นแหละ
แต่เพราะเฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยา ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับประธานหวางไม่ดีนัก เรียกได้ว่าเป็นศัตรูคู่แค้นกันก็ไม่เกินไปเลย
“เธอรู้จักประธานหวางคนนี้ไหม?” หลินเสวียนไม่ได้สังเกตสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติของหลินเย่น แต่ถามเป็นเชิงคาดหวัง
“รู้จัก แต่ไม่สนิท” หลินเย่นยิ้มแหย
“ไม่สนิท?” หลินเสวียนขมวดคิ้ว: “พอคุยได้ไหมล่ะ? ถ้าพอได้ก็คุยกับประธานหวางคนนี้ให้หน่อยว่า ให้เขาแบ่งห้องจัดงานให้เราชั้นหนึ่ง”
โรงแรมจินหม่ามีห้องจัดงานห้าชั้น ถ้าหลินเย่นรู้จักประธานหวางคนนั้น ขอซักหนึ่งชั้นไม่น่าจะเป็นปัญหา
“พี่ใหญ่ คงจะไม่ได้น่ะ ฉันกับประธานหวางคนนั้นมีเรื่องกันนิดหน่อย…” หลินเย่นยิ้มบอก ที่จริงแล้วระหว่างเธอกับหวางเต๋อฟาไม่ใช่แค่มีเรื่อง