ับ?”
มีพนักงานเข้ามาทัก
“ผมขอดูก่อนละกัน”
เฉินเฟิงตอบผ่านๆ เขายังคิดไม่ตกว่าจะซื้ออะไรหลินเซียวเสียนดี เขาคิดจะดูก่อนค่อยตัดสินใจ
“ได้ครับ”
พนักงานโค้งคำนับและถอยออกไป
ในฐานะพนักงานจัมโบ้เก๋อ พวกเขาไม่สามารถมีนิสัยตัดสินคนจากการแต่งตัวภายนอกได้อยู่แล้ว ต่อให้เฉินเฟิงจะแต่งตัวสบายๆปกติแค่ไหน พวกเขาก็จะดูถูกเฉินเฟิงไม่ได้
“พี่ พวกผู้อาวุโสของมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่อย่างพวกพี่เหยียบกระบี่เหาะได้ไหม?”
ตอนเฉินเฟิงกำลังตั้งใจเลือกของขวัญให้หลินเซียวเสียน ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง
“ทำไม่ได้หรอก”
ตามหลังเสียงคุ้นหู ก็เป็นเสียงใสเหมือนระฆังอีกเสียงดังขึ้น เจ้าของเสียงนี้ต้องเป็นหญิงสาวอายุน้อยแน่นอน
“ไม่ได้หรอ?”
“ทำไมไม่ได้ล่ะ? พวกนิยายกำลังภายในเขียนแบบนี้กันทั้งนั้นนี่ เหยียบกระบี่เหาะเหินเดินอากาศ อยู่ไกลเป็นพันลี้ยังปราดไปตัดหัวคนได้เลย ง่ายเหมือนหยิบของเท่านั้น…”
“หวู่เหวินโป๋ นายก็พูดเองนี่ว่ามันอยู่ในนิยายกำลังภายใน เรื่องในนิยายจะเป็นเรื่องจริงได้ไงล่ะ? อีกอย่างนะ พี่สาวนายอย่างฉันน่ะฝึกวรยุทธ์ ไม่ใช่จะเป็นเซียน! จอมยุทธ์น่ะเหยียบกระบี่เหาะไม่ได้หรอก” เสียงใสของผู้หญิงตัดบทหวู่เหวินโป๋อย่างหน่ายใจ จากนั้นเธอเตรียมจะกำชับให้หวู่เหวินโป๋อ่านนิยายกำลังภายในให้มันน้อยลง แล้วหันไปทำเรื่องจริงจังให้มากหน่อย แต่กลับเห็นสายตาหวู่เหวินโป๋ไปจับจ้องที่ร่างชายหนุ่มคนหนึ่ง
“พี่เฟิง!”