“มิได้คิดจะปิดบัง ผู้น้อยเฉินซิ่นอัน เป็นศิษย์ของนิกายกระบี่หยกสวรรค์”
เหนือธงหมื่นวิญญาณปรากฏเฉินซิ่นอันใบหน้าแน่วแน่จริงใจ เอ่ยด้วยท่าทีองอาจ “เมื่อครั้งยังมีชีวิต ถูกเจ้ามารชั่วหลิวซิ่นทำร้ายจนตาย ทำให้สหายเต๋าต้องหัวเราะเยาะแล้ว”
“โอ้?” ลวี่หยางได้ยินแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย
เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่ซื่อสัตย์เลยนะ!
เมื่อเปรียบกับวิญญาณในธงอื่นๆ สภาพของเฉินซิ่นอันกลับผิดแผก ราวกับยังเหลือความคิดอิสระอยู่ สามารถครุ่นคิดได้เป็นปกติ
เขากระทั่งยังโกหกเป็น!
ลวี่หยางมองเฉินซิ่นอันแล้วเผยยิ้ม “สหายเต๋าอย่าเพิ่งร้อนใจ เดี๋ยวข้าจะทำลายสมบัติมารชิ้นนี้เสีย ให้พวกเจ้ากลับคืนสู่การเวียนว่าย…”
“เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อน!”
เสียงยังไม่ทันสิ้น เฉินซิ่นอันรีบร้องห้าม เห็นลวี่หยางมองมาด้วยความสงสัย เขากลอกตาไปมาแล้วถอนหายใจ “สหายเต๋าอาจยังไม่รู้ สมบัติชิ้นนี้หลอมสร้างวิญญาณแท้จริงของพวกเรา หากเจ้าทำลายลง เรามิใช่เพียงไม่อาจเวียนว่าย แต่ยังต้องตายตกตามไปด้วย”
นี่คือคำลวง
ชาติภพก่อนลวี่หยางบำเพ็ญเพียรอย่างขมขื่นมานับร้อยปี แทบจะขัดธงหมื่นวิญญาณจนขึ้นเงาแล้ว ความเข้าใจที่เขามีต่อมันกระทั่งยังอยู่เหนือกว่าหลิวซิ่นเสียอีก กระจ่างแจ้งถึงความลึกล้ำซับซ้อนภายในอย่างที่สุด
ดังนั้นเขาจึงมองปราดเดียวก็ออกว่าเฉินซิ่นอันกำลังโป้ปด
ทว่า…เหตุใดเขาจึงต้องโกหก?
ลวี่หยางคิดพลิกวนในอกอย่างไว ตามหลักแล้ววิญญาณในธงหมื่นวิญญาณแทบไม่ต่างจ