นตนตัดภวังค์สามารถแยกจิตเทวะทำการยึดร่าง ข้าตั้งใจหลอกล่อเจ้า จากนั้นหาทางยึดร่างเจ้า เพื่อจะได้ฟื้นคืนชีพ”
“น่าสนใจนัก…”
ลวี่หยางมองเฉินซิ่นอันที่เหงื่อไหลท่วมกายแล้วหัวเราะเบาๆ เอ่ยถามต่อ “วิญญาณในธงจะกัดเจ้าของได้ยากเยี่ยงฟ้า เจ้าคิดจะยึดร่างข้าอย่างไร?”
“ง่ายดาย ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดไหมสวรรค์เห็นตนตัดภวังค์ให้เจ้า”
“นี่คือมหาวิชาเทพ เจ้าย่อมไม่อาจไม่หวั่นไหว”
“แต่ทว่ามหาวิชาเทพนี้ลี้ลับนัก ผู้ฝึกต้องตัดเก้าส่วนของจิตออกมา แล้วจึงใช้เคล็ดวิชาเพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียว…”
“แต่ข้าจะไม่ถ่ายทอดเคล็ดรวมจิตวิญญาณแยกให้”
“ดังนั้นเมื่อเจ้าเริ่มบำเพ็ญ เจ้าจะต้องแบ่งเก้าจิตออกมา ทุกดวงต่างใฝ่แย่งชิงเป็นเจ้า ผลลัพธ์คือดุจหอยกาบสู้กับนกกระสา สุดท้ายข้ากลับกลายเป็นชาวประมงผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์”
เมื่อฟังคำบรรยายของเฉินซิ่นอัน ลวี่หยางพลันหวั่นไหวอยู่บ้าง
ทันใดนั้นใจเขาก็สั่นสะท้านอีกครั้ง เอ่ยถามซ้ำ “เจ้าคือเฉินซิ่นอันจริงหรือ?”
คำนี้พอเอ่ยออกมา เฉินซิ่นอันถึงกับเงียบงัน ใบหน้าเผยสีลังเล ทว่าท้ายที่สุดก็ทานไม่ไหวต่อแรงกดดันของฐานะ
“…ว่าตามตรง มิใช่”
“เฉินซิ่นอันตัวจริงได้ตายไปแล้ว ข้าเป็นเพียงจิตวิญญาณแยกที่เขาเคยตัดออกมา…แต่เมื่อเขาตายแล้ว ข้าก็คือเฉินซิ่นอัน!”
ลวี่หยางฟังแล้วก็เอ่ยเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความพิศวงยิ่งนัก ต่อคำว่ามหาวิชาเทพเคล็ดไหมสวรรค์เห็นตนตัดภวังค์ที่เฉินซิ่นอันกล่าวถึง เขาเองก