”
ขณะที่เฉินเฟิงกำลังคาดเดาอยู่นั้น มีเสียงร้องด้วยความแปลกใจดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เฉินเฟิงขมวดคิ้วเป็นปมทันที
“นายจริงๆด้วย ฉันไม่ได้ตาฝาด!”
วินาทีต่อมา เจ้าของเสียงร้องด้วยความแปลกใจเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิง
เธอคือหลินหลัน
“เฉินเฟิง นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ท่าทีของหลินหลันดูกระตือรือร้นมากกว่าเดิมนับแสนเท่า
ความกระตือรือร้นนี้ แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เสี้ยเมิ่งเหยาพูดเมื่อหลายวันก่อน
หลังจากที่รู้ว่าเฉินเฟิงคือลูกหลานตระกูลเฉิน หลายวันมานี้หลินหลันเอาแต่คิดอยู่ทุกวันว่าจะใช้วิธีไหนจึงจะทำให้เฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยากลับมาคืนดีกัน
“เฉินเฟิง นายมาที่นี่ มาหาเมิ่งเหยาใช่ไหม?” เมื่อเห็นเฉินเฟิงขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา หลินหลันจึงพูดด้วยความดีใจ
“ไม่ใช่ครับ ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่นี่” เฉินเฟิงพูดเสียงเรียบ
“ทำงาน?” หลินหวันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง แล้วคลายยิ้มพร้อมกับพูดขึ้น:“เฉินเฟิง นายอำคนเก่งจริงๆ ฐานะอย่างนาย ยังต้องทำงานอีกหรอ? ถ้านายอยากทำ ก็ซื้อบริษัทของเมิ่งเหยาได้เลย แล้วให้ตนเองเป็นประธาน……”
พูดได้ครึ่งหนึ่ง หลินหลันหยุดพูดกะทันหัน
เพราะเฉินเฟิงหยิบป้ายชื่อพนักงานออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในป้ายชื่อพนักงานเขียนอย่างชัดเจนว่าเป็นบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปตัวใหญ่ๆสามตัว
เมื่อเห็นทั้งสามตัวอักษรนี้ หลินหลันหยุดพูดทันที
ผ่านไปนานครู่หนึ่ง เธอจึงยิ้มแล้ว