วามตกใจ เขารีบพยักหน้า แล้วเดินตามหลังเฉินเฟิง
ตอนออกไป หลี่เล่อขับรถแลมโบกินี่ของตนเองโดยไม่ลังเล
หลังจากมองรถยนต์แลมโบกินี่ขับไกลออกไป หวู่เหวินโป๋จึงโล่งใจ เขาจับแผ่นหลังของตนเอง เพิ่งรู้ว่าแผ่นหลังของตนเอง เปียกไปด้วยเหงื่อนานแล้ว
แล้วหันไปมองหวังทาวและหลิวเถียนเหล่านั้น น่าอนาถเสียยิ่งกว่าเขา
หลังจากเฉินเฟิงจากไป พวกเขาราวกับเป็นดินโคลน ขาอ่อนล้มลงบนพื้น
“พี่เปียว เมื่อกี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” หวู่เหวินโป๋มองไปที่หวังเปียว ถึงแม้จะถูกหวังเปียวหักหลัง แต่เวลานี้ เขากลับไม่กล้าไม่พอใจหวังเปียวแม้แต่น้อย ข้อหนึ่งเป็นเพราะหวังเปียวเป็นนักฆ่า ข้อสองเป็นเพราะสิ่งที่เฉินเฟิงทำก่อนกลับไป เขาเอาปืนทั้งสองอัน มาปั้นเป็นก้อนเหล็ก เผชิญหน้ากับคนระดับนี้ การหักหลังของหวังเปียว ไม่สามารถถือโทษได้
“เมื่อกี้……”
ใบหน้าของหวังเปียวฉายความกังวลออกมา ตามด้วยนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรถเมื่อครู่
เมื่อได้ยินว่าเฉินเฟิงใช้เวลาไม่ถึงสองวินาที จัดการนักฆ่าอันดับต้นๆทั้งสามคน ทุกคนพากันเงียบทันที
“คุณชายโป๋ เรื่องนี้ จะบอกอาหวู่เหวินไหมครับ?” หวังทาวอดที่จะถามไม่ได้ ความสามารถของเฉินเฟิงที่แสดงออกมา เกินกว่าที่พวกเขาจะรับรู้
ถ้าอยากจะแก้แค้นเฉินเฟิง ก็ต้องให้คนระดับหวู่เหวินเฉิงยิงลงมือ
“เรื่องนี้ฉันจะเป็นคนบอกพ่อเอง พวกแกไม่ต้องพูดมาก” หวู่เหวินโป๋มองหวังทาวและพวกด้วยสายตาเย็นชา นัยน์ตาของเขาเต็ม