อ้าปากพูดอะไรกับเฉินเฟิงที่พูดแบบนี้มาก่อน
เขาไม่สามารถแตะต้องเฉินเฟิงได้ ส่วนหวู่เหวินโป๋ อย่าพูดเลย
ถึงแม้ว่าบิดาของเขาคือหวู่เหวินเฉิงยิง แต่ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเฟิงที่บ้าดีเดือดเกินต้านทานคนนี้ หวู่เหวินเฉิงยิง ก็แค่ศพที่เดินได้เท่านั้นเอง
“เอื้อก”
หวังเปียวกลืนน้ำลายลงคอ เขาเตรียมอ้าปาก เหมือนจะขอชีวิต
ทันใดนั้น เฉินเฟิงก็ยิ้มให้เล็กน้อย “วางใจได้เลย แกไม่ตายหรอก อยากน้อยก็ยังไม่ตาย”
“ถ้าแกยังทำหูทวนลมกับคำพูดของฉัน งั้นฉันก็ไม่สนใจอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้”
“ไม่หรอก ไม่หรอก!” สีหน้าของหวังเปียวยินดี ศีรษะเหมือนกลองที่สั่นไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
เขามั่นใจมากกว่า เฉินเฟิงไม่ได้โกหกเขา
เฉินเฟิงโหดร้ายเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องหลอกเขา
ถ้าเฉินเฟิงต้องการฆ่าเขา แค่ลงมือ คงไม่ต้องมาพูดให้เสียน้ำลายกับเขามากมายถึงเพียงนี้หรอก
“แกไม่ต้องเครียด ขับรถดีๆ เอาฉันไปส่งสถานที่ที่หวู่เหวินโป๋บอกให้ไปเมื่อครู่นี้ ฉันจะไม่ฆ่าแก” เฉินเฟิงเบนสายตาไปทางคนขับที่อยู่ด้านหน้ารถ
“ครับ…ครับ…”
เมื่อได้รับคำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว คนขับรถที่เหงื่อไหลไคลย้อยไปทั้งศีรษะ ในที่สุดก็โล่งใจไปได้
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อย เฉินเฟิงก็หลับตาลง จากนั้นก็กลับมานั่งสบายอกสบายใจบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง
“พี่เฟิง…”
หลี่เล่อกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เขาอยากจะพูดว่า ในมือของหวังเปียว ยังมีปืนอยู่ ปืนกระบอกนี้ เฉินเฟิงยังไม่ไ