ที่ใช้กลับต้องอาศัยบุญกุศลและพลังโชคชะตาเป็นฟืน”
การเผาบุญกุศลและพลังโชคชะตาให้กลายเป็นเปลวไฟหลอม แล้วใส่ลงไปในร่างกาย การกระทำนี้ช่างเป็นการตายเพื่อเกิดขึ้นใหม่โดยแท้ หากเผาจนหมดสิ้นแต่ยังไม่สามารถหลอมให้เกิดฐานะเซียนถอดซากได้ นั่นเท่ากับเป็นความตายจริงๆ และเพราะบุญกุศลและพลังโชคชะตาถูกเผาจนหมดในครั้งนี้ ชาติหน้าอาจถึงขั้นไม่อาจเกิดเป็นมนุษย์ ต้องตกไปสู่ภพสัตว์เลยก็เป็นได้
“ไม่แปลกเลยที่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์จะไม่เคยได้ยินว่ามีคนอื่นกล้าหลอมวิชานี้”
ผลตอบแทนกับการจ่ายเป็นสิ่งที่ไม่สมดุลเอาเสียเลย
พอจะคาดเดาได้เลยว่าผู้ที่ริเริ่มคิดค้นมหาวิชาเทพนี้ในอดีตต้องมีความตั้งใจอันยิ่งใหญ่อย่างไร คนผู้นั้นแทบจะยอมทุ่มชีวิตทั้งชีวิต ไม่ทิ้งทางถอยให้ตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“นี่แหละคือการบำเพ็ญเซียน…”
มหามรรคนั้นคือการเดินเพียงผู้เดียว ก้าวหน้าได้แต่ไร้หนทางถอย ใช้ทุกสิ่งที่มีเพียงเพื่อเสี่ยงวัดหนึ่งโอกาส หากเดิมพันชนะก็ยังพอ หากเดิมพันแพ้เล่า…ความสิ้นหวังก็จักท่วมท้นเพียงใด?
คิดถึงตรงนี้ ดวงใจลวี่หยางก็สั่นสะท้าน น้ำตาร่วงไหลโดยมิอาจห้าม
จนกระทั่งได้เห็นหน้าต่างของคัมภีร์ร้อยชาติข้างกาย เขาจึงจะได้สติกลับคืนมา ตบศีรษะคราหนึ่ง:“เกือบลืมไปแล้ว เดิมทีข้าสามารถเริ่มต้นใหม่ได้นี่นา เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว”
“วิญญาณไร้ร่างปกป้อง ทำให้ใจยากจะมั่นคง อารมณ์ถึงได้ครอบงำข้า…”
ลวี่หยางเร่งกดจิตใจให้สงบ หันไปมองอ