พวกหวังทาวสามคนมาจะช่วยเขากู้สถานการณ์กลับมา แต่ไม่คิดเลยว่า หวังทาวที่มีชื่อเสียงในวงการอยู่บ้าง พอมาอยู่ต่อหน้าเฉินเฟิงกลับเหมือนเศษกระดาษ รับมือไม่ไหวแม้แต่กระบวนท่าเดียวของเฉินเฟิง
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
“พ่อฉันคือหวู่เหวินเฉินอิง!”
พอเห็นเฉินเฟิงทำท่าก้าวเข้ามาอีกก้าว ศักดิ์ศรีเส้นสุดท้ายในใจหวู่เหวินโป๋ก็ขาดผึง เขาแทบจะตะโกนคำพูดนี้ออกมา
เมื่อก่อนต่อให้ทะเลาะกับใคร เขาก็ไม่ยอมพูดว่าพ่อตัวเองคือหวู่เหวินเฉินอิง เพราะถ้าพูดออกมามันดูแหยมาก โดยเฉพาะสำหรับคุณชายระดับสูงของจงไห่อย่างเขา
เอะอะก็ร่ำๆชื่อพ่อตัวเอง มันเป็นพฤติกรรมที่น่าขายหน้ามาก
แต่วินาทีนี้เขาไม่สนอะไรแล้ว เขากลัวว่าถ้าไม่พูดชื่อหวู่เหวินเฉินอิงออกไป เขาอาจจะไม่มีโอกาสพูดมันอีกเลย!
“หวู่เหวินเฉินอิง?” เฉินเฟิงยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน
“ใช่ใช่ใช่! หวู่เหวินเฉินอิง! พ่อฉันคือหวู่เหวินเฉินอิง! บริษัทอสังหาริมทรัพย์เหวินยิงเป็นของบ้านฉันเอง!” พอเห็นเฉินเฟิงตกใจกับชื่อหวู่เหวินเฉินอิง หวู่เหวินโป๋ดีใจขึ้นมาทันที
แต่สีหน้าดีใจนี่อยู่ไม่กี่วินาที ก็ได้ยินเฉินเฟิงหัวเราะบอกว่า: “ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จักหวู่เหวินเฉินอิงอะไร”
“ไม่รู้จักหวู่เหวินเฉินอิง?!”
หวู่เหวินโป๋อึ้งก่อน เขามีสีหน้าเหลือเชื่อ ในจงไห่นี่ยังมีคนไม่รู้จักหวู่เหวินเฉินอิงพ่อเขาด้วย?
ไม่รู้จักหวู่เหวินเฉินอิงได้ งั้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์เหวินยิงน่าจะเคยได้ยินใช่ไห