ี่สามารถใช้การค้าสะเทือนเศรษฐกิจประเทศหนึ่งได้เลยทีเดียว แม้แต่อดีตคนรวยอันดับหนึ่งของซูโจวยังเป็นแม่เขาที่สร้างเสริมออกมา
ยังมีอีกอย่าง ถึงหูเซอร์หยวนจะไม่ได้พูดชัดเจน แต่เฉินเฟิงก็เดาได้ว่า ตระกูลเฉินคงหวั่นเกรงแม่เขาแน่ ไม่งั้นคงไม่หน้าด้านเอาเรื่องแต่งงานมาข่มขู่แม่เขา
“นายว่าตอนนี้แม่นายตายยังไงนะ?” เจ้าสามหวงอดไม่อยู่ถามขึ้นมาอีก วันนี้หลังจากฟังหูเซอร์หยวนพูดจบ เขามักรู้สึกว่า ผู้หญิงแกร่งขนาดนี้อย่างซูจ้าวชิงไม่น่าตายง่ายขนาดนั้น แต่เฉินเฟิงกลับบอกว่า เขาเห็นแม่ตายกับตาตัวเอง
“ป่วยตาย….” เฉินเฟิงขมวดคิ้วบอก “ตอนนั้นแม่เป็นโรคประหลาด โรคนั้นจะกำเริบทุกวันพระจันทร์เต็มดวง กำเริบทีแทบเอาชีวิตแม่ไปเลย”
การกำเริบครั้งสุดท้ายคือเมื่อสามปีก่อน ตอนนี้คนในตระกูลเฉินอยู่กันหมด ตอนแม่อาการกำเริบ ฉันขอร้องเฉินเจิ้นหนานให้ช่วยแม่ แต่เขากลับส่ายหน้าปฏิเสธและบอกว่า โรคของแม่เขาช่วยไม่ได้ สุดท้ายแม่ก็อาการกำเริบจนตาย”
“ไม่ได้ไปโรงพยาบาลตรวจหรอว่าเป็นโรคอะไร?” สีหน้าเจ้าสามหวงดูพิกล เฉินเจิ้นหนานเป็นมหารปรมาจารย์เพียงคนเดียวของตระกูลเฉินตอนนี้ จะมีโรคที่เขารักษาไม่ได้ได้ยังไง
“ไม่ได้ไป” เฉินเฟิงส่ายหน้า “แม่ไม่ยอมไปโรงพยาบาล แม่บอกว่า โรคของแม่ โรงพยาบาลตรวจไม่เจอ”
“แปลก ยังมีโรคอะไรที่โรงพยาบาลตรวจไม่ได้อีก?” คิ้วเจ้าสามหวงขมวดแน่นขึ้น ไม่รู้ทำไม เขารู้สึกว่า ซูจ้าวชิงยังไม่ตาย
เขาไม่รู้สึ