ขาเป็นคนไร้ประโยชน์อีก สายเกินไปที่ฉันจะประจบด้วยซ้ำ” หลินหลันทำปากแข็ง ถึงแม้ว่าคำพูดหน้าด้านนี้ แต่นี่เป็นวิธีคิดในก้นบึ้งหัวใจของเธอ ถ้ารู้ว่าเฉินเฟิงมีฐานะเป็นทายาทอภิมหาเศรษฐี เธอต้องถวายหัวยกให้เฉินเฟิงเป็นเทพเทวดาเลยทีเดียว
“คุณยังพูดเรื่องความจริง” เสี้ยเมิ่งเหยาอดไม่ไหวที่จะถากถางอีกประโยค เธอประหลาดใจมาก หลังจากที่หลินหลันรู้เรื่องเฉินเฟิงกับฐานะของตระกูลเฉินที่เป็นศัตรูกันในเวลานี้แล้ว จะมีการแสดงออกอย่างไร?
การที่ถูกเสี้ยเมิ่งเหยาพูดความเป็นจริงใส่ หลินหลันกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ หลินหลันในเวลานี้แค่คิดว่าจะทำยังไงดีที่ให้เฉินเฟิงกลับมาคืนนี้กับเสี้ยเมิ่งเหยา
“ลูกสาว แม่ดูออก ว่าเฉินเฟิงยังคงชอบแกอยู่ หรือไม่แกไปหาเขา แล้วพูดเรื่องกลับมาคืนดีกันใหม่ไหม?”
“ฉันรู้สึกว่าพวกแกสองคนแค่ทำผิดพลาดไป มันน่าเสียดายจริงๆ”
“น่าเสียดาย?” เสี้ยเมิ่งเหยายิ้มแห้งๆ ให้ “ตอนนี้รู้แล้วว่าน่าเสียดายแล้วสิ? ทำไมตอนอยู่ที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ แม่ก็ไม่ได้พูดอย่างนี้นี่”
หลินหลันฉีกยิ้ม “ตอนนั้นแม่ยังไม่รู้ฐานะเขานี่”
“ตอนนี้รู้แล้ว แม่มั่นใจว่าเฉินเฟิงให้ความสุขกับแกได้ แน่นอนว่าเรื่องนี้คิดแทนพวกแก”
“ถ้าแม่อยากคิดแทนฉันแล้วละก็ ต่อไปก็หยุดมาก่อกวนที่บริษัทน้อยหน่อย” เสี้ยเมิ่งเหยาเอ่ยปากอย่างเย็นชา หลายวันมานี้หลินหลันเอาแต่มาที่บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปตามอำเภอใจ ทำราวกับเอาบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป