งตะลึงอยู่ประเดี๋ยว จากนั้นก็ยิ้มให้ “ฉันรู้แล้ว เรื่องโรงแรมของสามีของเขานั้น ฉันจะให้คนไปยกเลิกการปิดอย่างรวดเร็ว”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อครู่ฉันบอกแม่ไปแล้วเรื่องที่คุณเป็นคนของตระกูลเฉิน ช่วงนี้เขา คงต้องไปยุ่งวุ่นวายกับคุณแน่” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดอย่างขอโทษ เมื่อครู่เธอเองก็ถูกหลินหลันโมโหใส่ ถึงได้อดใจไม่ไหว เลยต้องพูดเรื่องฐานะที่แท้จริงของเฉินเฟิง ตอนนี้สามารถสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จนรู้สึกเสียใจที่เผลอพูดออกไป
ด้วยนิสัยด้านได้อายอดของหลินหลันแล้ว สองสามวันนี้ต้องไปวุ่นวายกับเฉินเฟิงแน่นอน
“ไม่เป็นไร” เฉินเฟิงยิ้มให้ แต่ไม่ได้ใส่ใจ
“ใช่สิ เธอ….เป็นไงบ้างแล้ว?” เหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ เสี้ยเมิ่งเหยาเอ่ยปากถาม
“เธอดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่มีปัญหาใหญ่หลวงอะไร ช่วงนี้ก็อยู่ที่โรงพยาบาล” เฉินเฟิงพูดไปตามความจริง คนที่เสี้ยเมิ่งเหยาเอ่ยปากถาม ก็คือหลินหวั่นชีว
“คุณพูดเรื่องราวความเป็นมาของเธอได้ไหม?” เสี้ยเมิ่งเหย่าสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอดแล้วเอ่ยปากถาม เธออยากรู้ ว่าเฉินเฟิงรู้จักกับหลินหวั่นชีวยังไง เธอจำเป็นต้องถามคำถามนี้ตรงๆ
“ได้สิ” เงียบอยู่สักพัก เฉินเฟิงก็พยักหน้าให้
“เธอชื่อว่าหลินหวั่นชีว ฉันเจอกับเธอครั้งแรกที่….”
หลังจากที่พูดเรื่องราวการทำความรู้จักกันของหลินหวั่นชีวทุกรายละเอียดบอกไปหมดแล้ว ในที่สุดเฉินเฟิงก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา
“เธอเป็นผู้หญิงที่ดี” น้ำเสียงของเสี้ยเมิ่งเหยาดูสับ