โยชน์นั้น…ยังติดต่อกันอยู่เหรอ?” หลินหลันถามคำถามที่อัดอั้นอยู่ในใจของตนเอง ตั้งแต่ที่หลินเย่นพูดออกมาย่อมรู้ดี เหมือนว่าตอนเช้าเพิ่งมาหาเรื่องที่บริษัท พอตกบ่ายโรงแรมของถังเย่าโจงก็ถูกปิดซะงั้น
การตอบโต้ของเฉินเฟิง ไม่น่าจะรวดเร็วปานนั้น
เมื่อมีปัญหามาถึงแล้ว การตอบโต้ของเฉินเฟิง ทำไมถึงได้รวดเร็วปานนั้น? หรือว่าเสี้ยเมิ่งเหยาบอกเขาว่าหลินเย่นมาหาเรื่อง?
“เปล่านี่” เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหน้าไปมา
“เปล่า?” หลินหลันยังคงงงงัน “ไม่มีไอ้ไร้ประโยชน์นั่นจะรู้เรื่องแกกับป้าสองของแกได้ยังไง?”
“แม่นี่ถามเยอะจริงๆ” เสี้ยเมิ่งเหยามองหลินหลันด้วยอารมณ์ปกติอยู่แวบหนึ่ง ที่เฉินเฟิงรู้เรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วก็เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเขาก็อยู่ในบริษัท
อารมณ์ของเสี้ยเมิ่งเหย่ายังคงเช่นเดิมไม่ทุกข์ไม่ร้อนใดๆ พูดกันตามความเป็นจริง หลินหลันในเวลานี้ควรจะปิดปากไว้ แต่เมื่อเห็นภาพเสี้ยเมิ่งเหยากับเฉินเฟิงเข้ามาคืนดีกันอีกครั้ง หลินหลันถึงกับอดใจไม่ไหวเลยต้องพูดอะไรบ้าง
“นี่ ….ลูกสาว แกอย่าแม่ยุ่งเรื่องของแกเลย แกหย่ากับไอ้ไร้ประโยชน์นั่นแล้ว อีกอย่างสถานะแกในตอนนี้ เป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ ก่อนหน้านี้ไอ้ไร้ประโยชน์นั่นมันไม่คู่ควรกับแก ตอนนี้เขา ให้มาคอยถือรองเท้าให้แกยังไม่คู่ควรด้วยซ้ำ….”
“ไร้ประโยชน์?” หลินหลันยังไม่ทันพูดจบ เสี้ยเมิ่งเหยาก็หัวเราะแห้งๆ ขึ้นมา เพื่อตัดบทหลินหลัน “แม่ ถ้าฉันบอกกับแม่