ถูกแดดแผดเผามาสามสี่วันนั้น หลินเย่นเปลี่ยนท่าทางไปอีกอย่างเลย
ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้หลินเย่นดูแลรักษาดั่งผู้รากมากดีแล้วละก็ งั้นหลินเย่นในตอนนี้ ก็เหมือนผู้หญิงสาวตามหมู่บ้านในชนบทที่โดนแดดเลียผิวจนไหม้เกรียม
หลินหลันเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิงที่ดำไหม้เป็นตอตะโกอยู่ตรงหน้าคนนี้สองสามวันก่อนเป็นหลินเย่นคนนี้ไหม
“เมิ่งเหยา…” เมื่อเจอหน้าเสี้ยเมิ่งเหยา หลินเย่นเริ่มอยากจะร้องไห้ มีแค่สวรรค์ที่รู้เท่านั้นแหละ ว่าการที่เธอยืนตากแดดอยู่ด้านนอกมาตั้งหลายวันนั้นเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง
รูปพรรณภายนอกยังไม่เท่าไหร่ ที่หนักที่สุดก็คือสภาพจิตใจนี่แหละ ในใจของเธอนั้น หลายวันที่ผ่านมานี้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
แรกเริ่มคือการโกรธแค้น จนมาเป็นการอ่อนข้อ สุดท้ายหลงเหลือแค่การขอร้อง
สามารถพูดออกมาได้ว่า ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจของเธอทุกซอกทุกมุมนั้น หลายวันมานี้ถูกขัดเกลาจนไม่เหลือหลอแล้ว
“ทำไมคุณต้องการที่จะเจอฉันให้ได้?”
เมื่อมองเบ้าตาที่แดงก่ำของหลินเย่น เสี้ยเมิ่งเหย่าไม่ได้ใจอ่อนสักนิด เธอแค่อยากรู้ว่า เหตุใดกันหลินเย่นถึงได้อดทนได้ขนาดนี้
“ฉัน… ฉันขอโทษแกด้วย เมิ่งเหยา ฉันผิดไปแล้ว… ก่อนหน้านี้ฉันทำเกินไป…” น้ำเสียงสะอึกสะอื้นของหลินเย่น ก็ไม่รู้ว่าแกล้ง หรือว่าเสียใจจริงๆ
“ถ้าต้องการขอโทษ ไม่จำเป็นหรอก” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดตัดบทด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย เธอให้หลินเย่นเข้ามา ไม่ได้