การแสดงออกนั้นลดละลงไปกว่าเมื่อเช้าอยู่ไม่น้อย
หญิงสาวที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ยังคงเป็นสาวสวยคนเดิม
“คุณกลับมาอีกทำไม?!” เมื่อเห็นหลินเย่น หญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าที่กำลังฉีกยิ้มให้ถึงกับหายไปในทันที แล้วเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ดูไม่ได้แทน
“ฉันมาขอโทษ” หลินเย่นยิ้มให้ตอนที่พูดออกมาด้วย ถึงแม้ว่าในใจจะเกลียดแสนเกลียดสาวสวยที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ก็ตาม ในเวลานี้เธอไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกไปอีกแล้ว
“ขอโทษ?”
“ใช่ ขอโทษ รบกวนคุณช่วยแจ้งท่านประธานเสี้ยของคุณสักหน่อย ว่าที่ฉันมาเนี่ยมาขอโทษ” น้ำเสียงของหลินเย่นพูดอย่างสุขุม ก่อนที่จะมานั้น เธอก็เตรียมรับกับอาการอายเอาไว้แล้ว
“เชอะ ถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก แล้วตอนแรกจะทำแบบนั้นทำไมกัน” หญิงสาวตรงเคาน์เตอร์พูดเยาะเย้ยใส่ ตอนเช้าตอนที่หลินเย่นมานั้น ก็ไม่ใช่ท่าทางในตอนนี้ หลินเย่นในเวลานั้น หน้าเชิดจนจะสูงเสียดฟ้าแล้ว แถมตอนที่โดนยามไล่ตะเพิดออกไป เธอยังด่ากลับมาเป็นชุด
สีหน้าของหลินเย่นกระอักกระอ่วน ถึงแม้ว่าถูกเยาะเย้ยต่อหน้าก็ตาม แต่ครั้งนี้ที่มีเธอกลับไม่กล้าจะส่งเสียงสักนิด
แต่ว่าดีที่ว่าสาวสวยหน้าเคาน์เตอร์ก็ยังกดโทรศัพท์ไปหาฟางหย่าทันที
ในห้องทำงานของเสี้ยเมิ่งเหยา หลังจากที่ฟางหย่าวางสายโทรศัพท์แล้วก็ทำหน้าตะลึงอยู่สักพัก
“ประธานเสี้ย ผู้หญิงคนนี้ขอเข้ามาขอโทษค่ะ”
“ผู้หญิงคนนั้นคนไหน? ใครกัน?” เสี้ยเมิ่งเหยาตะลึง ไม่สามารถตั้งสติได้ทัน