ประธานบริษัท มีแค่ตำแหน่งรองประธานบริษัทเท่านั้นแหละที่คู่ควรกับแก”
หลินเย่นทำหน้าว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามนั้น
“แต่ว่า…”
“ปึง ปึง ปึง!”
ถางรั่วเสวี่ยนยังพูดไม่ทันจบ ก็เสียงทุบประตูดังลั่น
เสียงเคาะประตูที่ดังลั่นทำให้สองแม่ลูกตกใจอยู่ไม่น้อย
“ใคร!” หลินเย่นทั้งตกใจและสงสัยจนต้องลุกจากโซฟา เมื่อเดินมาที่หน้าประตู ดูจากช่องตาแมวเพื่อดูคนข้างนอกแล้ว ก็เห็นเงาคนที่คุ้นตาอยู่สองคน
หลิวคุน อู่จื้อเคอ
ไม่นานมานี้เอง เธอเพิ่งจะเจอกับสองคนนี้ที่ฮงเยคลับ ในเวลานั้นทั้งสองคนยังออกหน้าแทนเฉินเฟิง ดังนั้นหลินเย่นเลยจำหน้าพวกเขาได้บ้าง
หลังจากสงสัยอยู่สักพักแล้ว หลินเย่นถึงได้เปิดประตู
“แกสองคนทำไมรู้ว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่?” หลินเย่นทำสีหน้าตื่นตกใจ ความจริงแล้วการที่ถามคำถามนี้ออกไปนั้น ในใจเธอย่อมรู้คำตอบนี้ดี
ที่ทั้งสองคนรู้ที่อยู่ของที่บ้านเธอ แน่นอนว่าต้องมีสองคนรู้เห็นด้วย
นี่เองเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยอมเปิดประตูให้สองคนนี้ มันคือโชคดีไม่ใช่โชคร้าย ถ้าเป็นโชคร้ายก็ไม่สามารถหลบได้ ถ้าเธอไม่ยอมเปิดประตูให้สองคนนี้ เดี๋ยวทั้งสองคนกลับไปแล้วใช้วิธีการทุเรศขึ้นมา มันยากแก่การรับมือ
“พี่เฟิงฝากมาบอกกับคุณ” หลิวคุนไม่ได้ตอบคำถามของหลินเย่น แต่พูดตรงๆ เลย
“พี่เฟิง?!”
เมื่อได้ยินคำเรียกของหลิวคุนตอนที่เอ่ยถึงเฉินเฟิง หลินเย่นถึงกับตกใจ “พวกแกไปเรียกไอ้ไร้ประโยชน์นั้นว่าพี่เฟิงเหรอ? พวกแกรู้ไหมว่ามัน…”