อก็ไม่ยินยอมให้ถางรั่วเสวี่ยนทำงานในตำแหน่งรองประธานบริษัทหรอก
เหตุผลก็แสนจะง่ายดาย ถ้าถางรั่วเสวี่ยนเป็นรองประธานบริษัทขึ้นมาจริงๆ งั้นต่อไปหลินเย่นก็จะยกระดับได้เทียบเท่านะสิ งั้นก็ไม่มีวิธีที่จะทำตัวอยู่เหนือกว่าเหมือนวันนี้ได้แล้ว
“ไม่ค่อยดีเหรอ?!” หลินเย่นขมวดคิ้วเข้าหากัน นัยน์ตามีแต่ไอความโกรธเคืองกำลังลุกออกมา “ไม่ค่อยดียังไง? แกไม่เห็นหัวรั่วเสวี่ยนของฉันเลยใช่ไหม?”
“พี่เย่น ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น….” หลินหลันขมวดคิ้วเข้าหากัน อยากจะอธิบายต่อ แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกหลินเย่นตอกกลับมาอย่างหยาบช้า “ตอแหล แกหมายความว่าอย่างนั้นแหละ!”
“แกไม่เห็นหัวรั่วเสวี่ยนของฉันเลย”
“แกอีกคน เสี้ยเมิ่งเหยา!” หลินเย่นเบนสายตามามองเสี้ยเมิ่งเหยา
สีหน้าของเธอโกรธแค้นอย่างขุ่นเคือง “แกมันลืมบุญคุณที่รดหัวแกแล้ว ตอนนี้เป็นถึงประธานบริษัท สายตาสูงส่ง ก็เลยไม่เห็นหัวญาติจนๆ อย่างพวกเราแล้ว?”
“แกลืมแล้วหรือไงเมื่อก่อนครอบครัวของเราช่วยเหลือครอบครัวแกยังไงบ้าง?!”
“ช่วยเหลือครอบครัวฉันเหรอ? ป้าสอง หลายปีที่ผ่านมานั้น คุณมาที่บ้านฉันกี่ครั้งกัน?” เสี้ยเมิ่งเหยาโมโหจนระเบิดอารมณ์ออกมาอีกครั้ง เธอไม่รู้จริงๆ ว่าหลินเย่นเอาความหน้าด้านมาจากไหนถึงได้กล้าพูดคำพูดนี้ออกมา ถ้าเธอจำไม่ผิด เจ็ดปีที่ผ่านมานั้น อย่าพูดถึงการช่วยเหลือแก่ตระกูลเสี้ยของหลินเย่นเลย ขนาดมาที่บ้านตระกูลเสี้ยสักครั้งเธอยังไม่เคยมา