ั้นอยู่ในทรวงอกระเบิดออกมาใส่หลินหลัน
ไม่มีเขา วันนี้เธอถึงต้องมาเอง เพื่อมาขอร้องเสี้ยเมิ่งเหยา
หลังจากสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ หลินเย่นก็สงบสติลงได้ จากนั้นก็พูดตามจุดประสงค์ที่มาตรงๆ เลย “หลินหลัน พาฉันไปหาเสี้ยเมิ่งเหยา ฉันมีธุระต้องคุยกับเธอ”
“มีธุระเหรอ?” หลินหลันตะลึงไปก่อน จากนั้นก็ฉีกยิ้มทำท่าหยอกล้อเล็กน้อย “มีธุระอะไรกัน?”
“แกอย่าสนเลยว่าเรื่องอะไรกัน แกพูดออกมาตรงๆ เลยว่าจะยอมพาพวกเราไปไหม” หลินเย่นเริ่มหงุดหงิด ตอนนี้อารมณ์ของหลินหลันมันทำให้เธอไม่สบายใจเลย เวลาก่อนหน้านี้ หลินหลันอยู่ต่อหน้าเธอยังไม่กล้าแม้แต่ที่เงยหัวขึ้นมามองหน้าเลย วันนี้ กลับเอาน้ำเสียงแบบนี้มาพูดกับเธอได้ จะทำให้เธอทนต่อไปได้ยังไงไหว
หลินหลันเองก็เห็นว่าหลินเย่นเริ่มไม่สบายใจแล้ว แต่ว่าสถานะของเธอในเวลานี้ ไม่จำเป็นต้องไปสนใจเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของหลินเย่นอีกแล้ว
หลังจากนั้น หลินหลันก็ยิ้มแล้วเอ่ยปากพูด “พาพวกคุณเข้าไปได้แน่นอน แต่ว่าฉันไม่รับประกันว่า เมิ่งเหยาจะมีเวลามาพบพวกคุณหรือเปล่า เพราะว่าตอนนี้เธอเป็นถึงท่านประธานของบริษัท มีเรื่องมากมายที่ต้องเข้าไปสะสาง”
เธอจะยุ่งหาหอกอะไร!
หลินเย่นโมโหจนเกือบหลุดคำผรุสวาทออกมา แต่สุดท้าย เธอก็ยังฝืนทนเอาไว้ ได้แต่กัดฟัดพูด “แกรีบพาฉันขึ้นไป”
“ได้ เดินตามฉันมา” หลินหลันเห็นดังนั้นก็เริ่มเก็บอาการไว้ เพราะว่าด้วยนิสัยของหลินเย่นแล้วที่ถูกเชือดเฉือนซะจะ