ไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้ายังเชือดเฉือนกันต่อไป หลินเย่นคงระเบิดอารมณ์จริงๆ แล้ว
ช่วงนี้หลินหลันมาที่บริษัทอยู่บ่อยครั้งถึงมีหรือไม่มีธุระก็ตาม ดังนั้นทุกคนในบริษัทต่างรู้ดีถึงสถานะว่าหลินหลันเป็นมารดาของเสี้ยเมิ่งเหยา
ตลอดทาง พนักงานของบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปต่างทุกคนเรียกคุณนายหลินตลอดทาง การปฏิบัติตัวต่อหลินหลันนั้นก็ให้ความเคารพยกย่องอย่างที่สุด
ภาพนี้ ทิ่มแทงคู่สองแม่ลูกหลินเย่นอยู่ไม่น้อย
ในที่สุด ทั้งสามคนก็เดินมาถึงประตูด้านหน้าห้องทำงานของเสี้ยเมิ่งเหยา
หลินหลันไม่ได้เคาะประตูเข้ามา เปิดประตู แล้วเดินเข้าไปด้านในเลย คู่แม่ลูกหลินเย่นก็เดินตามหลังอย่างรวดเร็ว
ด้านในห้องทำงาน หลังจากได้ยินเสียงเสี้ยเมิ่งเหยาก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่เดินตามหลังหลินหลันเข้ามานั้นคือคู่สองแม่ลูกหลินเย่น หัวคิ้วของเสี้ยเมิ่งเหย่าก็ย่นเข้าหากันทันที “ฉันไม่ได้พูดว่าเวลาตอนที่ทำงาน อย่ามาหาฉันที่บริษัทไม่ใช่เหรอ?”
“เอ่อ เมิ่งเหย่า ป้าสองของแกบอกว่ามีเรื่องจะมาหาแก” หลินหลันยิ้มอย่างเยาะเย้ยตอนที่พูดด้วย ตั้งแต่ที่รู้ว่าเสี้ยเมิ่งเหยาได้รับตำแหน่งประธานบริษัทแล้ว เธอก็ไม่ตะคอกโหวกเหวกโวยวายใส่เสี้ยเมิ่งเหย่าเหมือนก่อน ในใจลึกๆ แล้ว เธอยังหวาดกลัวเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ไม่น้อย
“มีธุระอะไร?” เสี้ยเมิ่งเหยาส่งแววตาและอารมณ์ไร้ความรู้สึกและเย็นชามองมาทางหลินเย่น
สายตานี้ มันทำให้หลินเย่นไม่ถูกใจมาก
อีนางผู้หญิงชั