อง วันข้างหน้าจะระวัง” เฉินเฟิงทำสีหน้าที่ดูปกติ เขาประเมินตำแหน่งของมหาปรมาจารย์ในหวาเซี่ยต่ำเกินไปจริงๆ ทีแรกก็คิดว่าแค่อยากจะสืบหาการเคลื่อนไหวของมหาปรมาจารย์ น่าจะไม่มีอะไรร้ายแรง ทว่านึกไม่ถึง การเคลื่อนไหวของมหาปรมาจารย์ในหวาเซี่ยเป็นหัวข้อต้องห้ามในการพูดคุย
“ไม่เป็นไร ยังดีที่นายถามฉัน ถ้านายไปถามคนอื่น เกรงว่าคนๆ นั้นคงไปฟ้องสมาคมบูโดเลยทันที” สือโพ่จุนพูดขึ้น สมาคมบูโดตั้งกฎระเบียบ การแอบสืบการเคลื่อนไหวของมหาปรมาจารย์ มีโทษฐานความผิดถึงขั้นทรยศประเทศชาติ
ถึงแม้วันนี้จะมีไม่กี่คนที่จะถูกตัดสินโทษนี้ ทว่าหากมีคนจะหาเรื่องเฉินเฟิงจริง แค่ความผิดข้อเดียวที่แอบสืบหาความเคลื่อนไหวของมหาปรมาจารย์ ก็เพียงพอต่อการเอาเรื่องเฉินเฟิงแล้ว
ตอนที่เฉินเฟิงกับสือโพ่จุนปรึกษาหารือเรื่องของจินเจี่ยจง หวางเต๋อฟาก็แจ้งเรื่องครั้งสุดท้ายให้หลินเย่นทราบ
“ภายในสามวัน เกลี้ยกล่อมให้เสี้ยเมิ่งเหยา ให้เสี้ยเมิ่งเหยามาขอโทษเขาถึงที่ ไม่งั้นหลินเย่นก็ข้าวเก็บของตัวเอง แล้วไสหัวออกจากบริษัทจงเสิ้ง”
ไม่พูดไม่ได้ หลินเย่นรู้สึกกระวนกระวาย และกระวนกระวายเข้าแล้วจริงๆ
ท่าทีของหวางเต๋อฟา ดูหนักแน่นอย่างเหนือการคาดหมาย
หากเธอไม่คิดหาวิธีให้เสี้ยเมิ่งเหยายอมมาขอโทษหวางเต๋อฟา เธอต้องถูกหวางเต๋อฟาไล่ออกจากบริษัทจงเสิ้ง
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลินเย่นก็ได้โทรหาหลินหลันอีกครั้ง เรื่องถึงขั้นนี้ ความหวังเดียว