นเฟิงกวาดสายตามองไปยังเฉินจื๋อหลี่
“มี! ”
“ปกป้องใคร? อาจารย์ท่านพูดมาตรงๆ เถอะ” เฉินจื๋อหลี่พูดตรงไปตรงมา
“หลินหวั่นชีว”
“หลินหวั่นชีว? ” เฉินจื๋อหลี่ตกตะลึง เจ้าสามหวงก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเฟิงถึงต้องปกป้องหลินหวั่นชีว หลินหวั่นชีวจะเจอกับอันตรายอะไรกัน?
“ไอ้เด็กน้อย มีใครจับตามองยัยหนูนั้นอยู่หรอ? ” เจ้าสามหวงอดไม่ได้ที่จะถาม หลินหวั่นชีวเขาเคยเจอหนึ่งครั้ง เป็นยัยหนูธรรมดาคนหนึ่ง นอกจากหน้าตาสวยหน่อย ก็ไม่มีจุดเด่นอะไร ทว่าถ้ามีคนจับตามอง ก็คงไม่ต้องให้จอมยุทธ์สองคนไปปกป้องหรอก เฉินเฟิงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไปไหม?
เฉินเฟิงส่ายหน้า “แต่ก่อนผมก็ยังไม่แน่ใจว่ามีคนจับตามองเธอ แต่ว่า…..บนตัวเธอมีความลับอย่างหนึ่งที่ใหญ่มาก ผมต้องระมัดระวัง”
“ความลับที่ใหญ่มาก? ”
“อืม หลินหวั่นชีวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับมหาปรมาจารย์บางคน……” เฉินเฟิงจึงเล่าเรื่องที่เกิดที่สะพานปินเจียงก่อนหน้านี้หนึ่งรอบ บนตัวของหลินหวั่นชีวมีพลังมหาปรมาจารย์ ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับ ทว่าสำหรับเจ้าสามหวงและหลี่จื๋อหลี่ที่เป็นคนของตัวเอง กลับไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว
“พลังมหาปรมาจารย์! ”
ได้ยินคำพูดของเฉินเฟิงจนจบ เฉินจื๋อหลี่ก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นๆ หนึ่งครั้ง สีหน้าของเจ้าสามหวงก็ดูเคร่งขรึมมาก เขานึกไม่ถึงว่า หลินหวั่นชีวที่ดูธรรมดาคนนี้ บนตัวข