องเธอกลับมีความลับที่ใหญ่ขนาดนี้
ตอนนี้ดูๆ แล้ว เฉินเฟิงให้เฉินจื๋อหลี่และเฉินจื๋อเจียวคอยปกป้องหลินหวั่นชีวถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก เขาไม่ได้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย
สามารถทำให้มหาปรมาจารย์ปฏิบัติตัวกับหลินหวั่นชีวด้วยความระมัดระวัง แน่นอนว่าต้องไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
มหาปรมาจารย์คนนั้นที่อยู่เบื้องหลังของหลินหวั่นชีว แน่นอนว่าสามารถทำให้หลินหวั่นชีวกลายเป็นจอมยุทธ์คนหนึ่งได้ ทว่าเขากลับไม่ได้เลือกที่จะทำแบบนั้น ทว่ากลับเลือกใช้วิธีการปลูกฝังพลังมหาปรมาจารย์มาปกป้องหลินหวั่นชีวอย่างเงียบๆ
มหาปรมาจารย์ผู้นั้นทำแบบนี้ เหตุผลก็คงมีแค่อันเดียว นั่นก็คือเขาอยากจะปกป้องหลินหวั่นชีว ทว่าขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อยากจะให้หลินหวั่นชีวถูกคนในวงการศิลปะการต่อสู้จับตามอง
“อาจารย์อาเฉิน ท่านวางใจเถอะ ผมกับเจียวจะต้องปกป้องหวั่นชีวเป็นอย่างดี ถ้าหากมีคนคิดจะอะไรไม่ดีกับหวั่นชีว ก็คงต้องข้ามศพของผมกับอาเจียวไปก่อน” เฉินจื๋อหลี่ตบหน้าอกรับประกัน เฉินเฟิงสามารถบอกความลับนี้ให้กับเขา ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไว้วางใจเขามาก ไม่ว่ายังไง เขาก็ต้องทำเรื่องที่สมกับความไว้วางใจของเฉินเฟิงหน่อย
“คงไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น” เฉินเฟิงส่ายหน้า “หากเรื่องถึงขั้นนั้น นายกับเจียวต้องทำเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือมีชีวิตอยู่ต่อ จากนั้นก็ส่งข่าวมาให้ฉันเป็นคนแรก”
“ฮ่า? ”
“หากมีคนคิดร้ายกับหวั่นชีวจริง งั้นความสาม