ารถของคนๆ นั้น เกรงว่าไม่ใช่นายกับเจียวสามารถต้านทานได้ ดังนั้นพวกนายไม่ต้องพยายามสุดชีวิต พวกนายแค่มีหน้าตาส่งข่าวมาให้ฉัน” เฉินเฟิงพูดขึ้น หากมีคนจะลงมือกับหลินหวั่นชีวจริงๆ คนที่ลงไม้ลงมือ อย่างน้อยก็ต้องมีความสามารถถึงขั้นอ้านจิ้งชั้นสุด ต้องไม่ใช่คนที่เฉินจื๋อหลี่และเฉินจื๋อเจียวสามารถรับมืออยู่แล้ว
จริงๆ แล้วเมื่อเทียบกับการที่ให้เฉินจื๋อหลี่และเฉินจื๋อเจียวไปปกป้องหลินหวั่นชีวอย่างลับๆ เขาเอาไซเรนไปติดตั้งอยู่ข้างกายหลินหวั่นชีวจะดีกว่า แบบนี้พอหลินหวั่นชีวเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เขาจะได้เป็นคนแรกที่รู้
และไม่ใช่วันไหนที่หลินหวั่นชีวหายตัวไป เขาไม่รู้เรื่องอะไรสักพัก ทำได้เพียงตาทั้งสองข้างต้องเผชิญแต่ความมืดมัว
“อาจารย์อาเฉินพูดถูก ถ้ามีคนจะลงมือกับยัยหนูนั่นจริงๆ ตามความสามารถของสองพี่น้องที่กระจอกๆ แบบนี้ ต้องรับมือไม่ไหว ดังนั้นอย่าทำตามอำเภอใจ ต้องพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ เข้าใจไหม? ” เจ้าสามหวงกำชับด้วยเสียงเรียบ
“รู้แล้วครับอาจารย์” หลี่จื๋อหลี่ขดคอ เจ้าสามหวงและเฉินเฟิงพูดแบบนี้แล้ว แน่นอนว่าเขาต้องระมัดระวังอยู่แล้ว
“อืม พรุ่งนี้หวั่นชีวคงจะออกจากโรงพยาบาล หลังจากออกจากโรงพยายาม พวกนายสองคนก็ตามเธอไปมหาวิทยาลัยจงไห่ แล้วแอบปกป้องเธออย่างลับๆ ”
“อีกอย่าง…… เรื่องนี้อย่าให้เธอรู้ในตอนนี้ จะได้ไม่ต้องทำให้เธอต้องแบกภาระ” เฉินเฟิงหยุดชะงักแล้วพูดขึ้น หลินหวั่นชีวเอง