าต้องไม่ใช่เพราะว่าเขาเก่งกาจมากขนาดไหน
แต่เป็นเพราะว่า เขารู้จักเฉินเฟิง
เขาเรียกเฉินเฟิงว่าพี่เฟิง
“ถ้าผมบอกว่าพี่เฟิงเหมือนผม เป็นแค่พนักงานเล็กๆ ในบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปล่ะ พวกคุณจะเชื่อไหม? ” หลี่เล่อเอ่ยพูดด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน พูดตามจริง เขาเองก็ไม่เชื่อ เฉินเฟิงมีฐานะที่แท้จริงว่าเป็นพนักงานตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป
“หลี่เล่อ จิตใจของนายไม่ดีไปหน่อยไหม”
“ใช่ หลี่เล่อ นายจะโกหกทั้งทีก็โกหกให้เนียนหน่อยสิ บุคคลที่ทำให้ก่วนฉู่อี้น้อมก้มกราบเพื่อร้องขอการให้อภัย จะเป็นพนักงานกระจอกๆ คนหนึ่งในบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปได้ยังไง? ”
“ไม่เพียงแต่ก่วนฉู่อี้ แล้วยังมีไป๋เหวินซั่ว ไป๋เหวินซั่วก็กลัวพี่เฟิง แม้แต่ฉันยังมีความรู้สึกหนึ่ง ก่อนหน้านี้ไป๋เหวินซั่วก็เคยถูกพี่เฟิงจัดการมาแล้ว”
“ฉันก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน ฉันมักจะรู้สึกว่าไป๋เหวินซั่วกลัวพี่เฟิง”
“เด็กดีของฉัน แม้แต่ไป๋เหวินซั่วยังกลัว พี่เฟิงผู้นั้นเป็นคุณชายมาจากตระกูลไหนกัน หรือว่า สี่ตระกูลใหญ่……”
พอพูดถึงสี่ตระกูลใหญ่ เพื่อนร่วมห้องมากมายของก่วนฉู่อี้ สีหน้าดูตื่นเต้นดีใจอย่างชัดเจน
เกิดเป็นคนท้องถิ่นของจงไห่ ไม่มีใครที่รู้ดีไปมากกว่าพวกเขาแล้ว สี่ตระกูลใหญ่แห่งจงไห่ มันหมายความว่ายังไง
สามารถบอกได้ว่า ในสี่ตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นหมาตัวหนึ่ง ก็พอที่จะทำให้พวกเขายำเกรงได้ ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือคนตัวเป็นๆ?
“พี่เล่อ วันข้างหน้าพี่