่างก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่มาช่วยก่วนฉู่อี้กลับสั่งให้เขาหุบปากแบบนี้
ในขณะที่ทุกคนยังสงสัยอยู่ เฉินเฟิงก็ได้ยิ้มพูด “คุณชายไป๋ ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ”
ไม่เจอกันตั้งนาน?!
คำพูดสั้น ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องตกใจอีกครั้ง
ทุกคนต่างก็ตกใจอ้าปากค้างราวกับว่ายัดไข่เข้าไปได้หลายฟอง คนที่มีเรื่องกับก่วนฉู่อี้คนนี้รู้จักไป๋เหวินซั่วด้วยหรือ?!
อะไรกันเนี่ย?
“คุณอยู่นี่ได้ไง?!” ไป๋เหวินซั่วขมวดคิ้วสายตาจับจ้องไปที่เฉินเฟิง เขาไม่กล้าคิดเลยจริง ๆ ว่าคนที่มีเรื่องกับก่วนฉู่อี้นั้นคือเฉินเฟิง!
ถ้าเขารู้ว่าเฉินเฟิงอยู่ด้วย ต่อให้ตายเขาก็ไม่ยอมมาที่นี่
คนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้ก็คือเฉินเฟิง!
“ผมจะไปไหนต้องรายงานคุณด้วยงั้นเหรอ?” เฉินเฟิงยิ้มจาง ๆ เขาสามารถเห็นความกลัวจากสีหน้าของไป๋เหวินซั่วได้ และพ่อของไป๋เหวินซั่วคงจะเคยเตือนเขาว่าห้ามยุ่งกับเฉินเฟิงอีก
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย้ยหยันของเฉินเฟิง ทุกคนในงานถึงกับตะลึง
เดิมทีคิดว่าเฉินเฟิงกับไป๋เหวินซั่วแค่รู้จักกัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองไม่เพียงแต่รู้จักกันเท่านั้นแล้ว!
ทั้งสองอาจจะเป็นศัตรูกันก็ได้!
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ทุกคนต่างก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ
คนที่สามารถเป็นศัตรูและยังกดดันไป๋เหวินซั่วได้ขนาดนี้ ต้องเป็นคนแบบไหนกันแน่?
สีหน้าท่าทางของก่วนฉู่อี้เริ่มกังวล เขาไม่ได้โง่จนตามความคิดของทุกคนไม่ทัน
ก่อนหน้านี้เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมไป๋เหวินซั่วถึงสั