บทที่ 72 ทะลวงสู่ระดับวางรากฐาน
วันถัดมา ลวี่หยางก็ออกจากแดนลับหลอมวิชา
ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในแดนลับนั้น ย่อมถูกเก็บเงียบเป็นความลับ แม้แต่หลัวอู๋หยาก็ยังคงนิ่งไม่ปริปาก ราวกับลวี่หยางไม่เคยเข้าไปในแดนลับนั้นเลย
สำหรับลวี่หยาง ดวงวิญญาณของบรรพชนตระกูลอวิ๋นได้ถูกอิ๋นซานเจินเหรินลบล้างไปแล้ว เขาเองก็เพียงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยไม่กล่าวสิ่งใด เพื่อให้จิตใจของอิ๋นซานเจินเหรินวางลงได้ หลังจากออกจากแดนลับมา เขาก็ไม่เดินทางจากไป แต่เลือกขุดถ้ำเปิดเป็นที่พำนักอยู่ภายในเขาอิ๋นซาน
การบำเพ็ญเพียรในภูเขานั้นหาได้วัดด้วยปีเดือน เผลอเพียงชั่วพริบตาก็ล่วงผ่านสิบปี
วันหนึ่ง ลวี่หยางสะดุ้งตื่นจากการปิดด่าน ลืมตาขึ้นมองแผ่นหยกกระจ่างมรรคผลอยู่เคียงกายตลอดสิบปี แต่กลับเห็นว่าบนแผ่นหยกนั้นปรากฏรอยร้าวหลายสาย
“ดูท่าว่าของวิเศษนี้ก็มีขอบเขตจำกัดเช่นกัน…”
สิบปีมานี้ เขาแทบไม่เคยว่างเว้นจากการกระตุ้นของวิเศษชิ้นนี้เลย ด้วยคุณงามความดีของมัน ทำให้ผลงานด้านต่างๆ ของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
วิชาค่ายกล ยันต์เวท ระดับพลัง
และที่สำคัญที่สุด คือบนเงื่อนไขที่ไม่ไปกระตุ้นคัมภีร์ร้อยชาติเขาในที่สุดก็พยายามถอดรหัสจนสำเร็จเคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทรา
ลวี่หยางตั้งชื่อให้เป็นวิชาเทพอสูรวิญญาณอินเสินพูดให้ชัดมันก็คือวิชาแสร้งตายอย่างหนึ่ง คือให้ดวงวิญญาณสงบนิ่งไม่ฟุ้งซ่าน ยามกายตายแล้วดวงวิญญาณแยกออกเป็นอสูรเงา