็นแก่ตัวแบบนี้ เมื่อเห็นฝีมือของเฉินเฟิงแล้วทุกคนก็ไม่กล้าสู้อีก
เมื่อเทียบกับความหงุดหงิดของก่วนฉู่อี้แล้วตอนนี้เฉินเฟิงสงบนิ่งมาก เขายกมือขึ้นแล้วก้มดูนาฬิกาจากนั้นยิ้มพูด “ยังจะเรียกใครอีกไหม? ถ้ามีอีกผมจะรอที่นี่สิบห้านาที ช่วยเรียกคนที่เก่งที่สุดเท่าที่คุณรู้จักมาด้วยนะ แล้วก็เรียกมายิ่งเยอะยิ่งดี”
เรียกยิ่งเยอะยิ่งดี!
คำพูดของเฉินเฟิงทำให้ทุกคนต้องผวาอีกครั้ง
อะไรคือความเย่อหยิ่ง?
นี่แหละ!
ทุกคนในสถานการณ์ต่างก็เคยผ่านอะไรมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นการที่ทำร้ายคนอื่นแล้วยังไม่คิดจะหนีแต่รอให้คู่ต่อสู้เรียกพรรคพวกมาช่วย!
ใบหน้าของก่วนฉู่อี้แสบร้อนมาก ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเฉินเฟิงกำลังดูถูกเขา การกระทำนั้นไม่ต่างอะไรกับเอาใบหน้าของเขาไปเหยียบที่พื้นเลย!
“คุณแน่ใจแล้วหรือว่าจะให้ผมเรียกคน?!” ก่วนฉู่อี้ตาแดงและแสดงออกถึงความบ้าคลั่งของเขา
ณ ตอนนี้ แม้ก่วนฉู่อี้จะโง่แค่ไหนก็ต้องรู้ว่าเฉินเฟิงคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและมีแบล็คหนาอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่ตายใจอยู่ดี!
เขาต้องกู้หน้าคืนมาให้ได้!
ต่อให้เฉินเฟิงจะมีแบล็คหนาซะแค่ไหน เขาก็จะลองดูอีกสักตั้ง!
“แน่นอน” เฉินเฟิงยิ้มจาง ๆ ที่เขายอมให้ก่วนฉู่อี้เรียกคนมาช่วยเพราะเขาตั้งใจจะจัดการให้รู้แล้วรู้รอดไป
ถ้าเขาจากไปตอนนี้ วันหลังก่วนฉู่อี้ต้องเอาความแค้นนี้ไปลงกับหลี่เล่ออย่างแน่นอน
“ได้!”
“อย่าเสียใจก็แล้วกัน!” ก่วนฉู่อี้กัดฟ