ันแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา การคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้องเหมือนกัน เฉินเฟิงนั้นมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
สถานการณ์ปัจจุบันก็เหมือนกับแปดเซียนข้ามทะเล วัดกันให้รู้ไปข้างหนึ่ง
ก่วนฉู่อี้กดโทรออกด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ภูมิหลังของเขาอยู่ในเมืองเจียงตง แต่ฝั่งจงไห่ก็มีพรรคพวกเครือข่ายของเขาไม่น้อยเหมือนกัน
แม้ว่าจะเสียหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากบุคคลเหล่านี้ แต่ ณ ตอนนี้เขาไม่สนศักดิ์ศรีของตนแล้ว
ขอเพียงเอาชนะเฉินเฟิงได้ เสียหน้าหน่อยจะเป็นอะไรไป? ไม่กี่นาทีต่อมาก่วนฉู่อี้ก็วางสายลง
หลังวางสายลง ทุกคนก็เห็นก่วนฉู่อี้มีความมั่นใจมากขึ้น
“ไอ้สัตว์กะหมา มึงรู้ไหมว่ากูเรียกใครมา?” ก่วนฉู่อี้หัวเราะเยาะแล้วมองไปที่เฉินเฟิงอย่างเย็นชา ก่อนโทรออกเขายังรู้สึกกังวลอยู่ เนื่องจากคนในสายนั้นเป็นคนระดับสูงกว่าเขา ตามฐานะของเขาแล้วไม่คู่ควรขอความช่วยเหลือจากคน ๆ นั้นเลย
เหตุผลที่เขาโทรหาคน ๆ นี้ก็แค่อยากจะลองดูเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบรับคำขอจริง ๆ
สำหรับคำพูดได้ใจของก่วนฉู่อี้แล้วเฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจเลย ไม่ว่าก่วนฉู่อี้จะเรียกใครมาเขาก็เตรียมที่จะล้มโค่นอยู่แล้ว
เฉินเฟิงคิดว่าก่วนฉู่อี้จะเงียบลงถ้าเขาไม่สนใจเขา แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะยิ่งได้ใจมากขึ้น
ยิ่งเขาไม่สนใจก่วนฉู่อี้เท่าไหร่ ก่วนฉู่อี้ก็ยิ่งได้ใจเท่านั้น
“ไอ้สัตว์กะหมา มึงรู้จักกลัวแล้วใช่ไหม?”
“ฮ่า ๆ ถ้ามึงกลัว มึงมาคุกเข่าขอร้อง แล้