ไม่ถือสาครับ”
เฉินเฟิงนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ตามด้วยส่ายหน้าแล้วยิ้มเศร้า เขาอยากจะบอกว่าถือสา แต่หลังจากที่พูดออกไปนั้น เกรงว่าจะเป็นการไม่ไว้หน้าเซียวรั่ว
“ถ้าอย่างนั้นตกลงตามนี้นะคะ” เมื่อเห็นเฉินเฟิงตกลง เซียวรั่วอดไม่ได้ที่จะดีใจขึ้นมา
หลังจากนัดหมายเวลาและสถานที่กินมื้อค่ำกับเฉินเฟิงรอบหนึ่งแล้ว เซียวรั่วจึงวางสาย
วินาทีที่วางสาย หอพักของเซียวรั่ว มีเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจดังขึ้น
หญิงสาวหลายคนแต่งตัวสะสวย พวกเธอแต่ละคนสวยไม่น้อยไปกว่าเซียวรั่ว หญิงสาวพากันร้องตะโกนอย่างมีความสุข เสียงกรีดร้องของพวกเธอ แม้แต่หลังคายังเกือบพลิก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เซียวรั่วคุยโทรศัพท์ พวกเธอยืนอยู่ข้างๆ แต่เวลานั้น พวกเธอพากันปิดปากเอาไว้ ไม่กล้าส่งเสียง กลัวว่าจะทำให้เฉินเฟิงตกใจ
จนกระทั่งเฉินเฟิงตกลง พวกเธอจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
มองดูเพื่อนสาวแต่ละคนของตนเองที่คลั่งไคล้เขา เซียวรั่วอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน:“พอได้แล้ว ไม่ต้องกรี๊ดแล้ว ขืนยังกรี๊ดกันอีกหลังคาคงปลิวแน่ๆ”
“เซียวรั่ว พี่เฟิงตอบตกลงที่จะไปเจอพวกเราจริงๆหรอ?” เสียงหวานดังขึ้น หญิงสาวหน้าตาดีแก้มยุ้ยเหมือนทารกถามขึ้นด้วยความดีใจ เธอไม่อยากจะเชื่อ เฉิงเฟิงจะยอมตกลงแล้วไปเจอพวกเธอง่ายๆแบบนี้
เฉินเฟิงในคืนนั้น ภาพความทรงจำที่ทิ้งเอาไว้ให้พวกเธอไม่ได้เป็นคนง่ายๆสบายๆแบบนี้ ตอนแรกนึกว่าคนระดับเฉินเฟิง ไม่มีวันยอมเจอนักศึกษาอย่างพวกเธอแน่ๆ ทว่