……”
ที่แท้ก็จะยืมรถนี่เอง เฉินเฟิงเข้าใจทันที
ไม่รอให้หลี่เล่อมีโอกาสพูดจบ เฉินเฟิงหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋า ยิ้มแล้วยื่นไปตรงหน้าหลี่เล่อ :“เอาไป”
“ขอบคุณครับพี่เฟิง!”หลี่เล่อซึ้งใจ เฉินเฟิงไว้หน้าเขามาก เรื่องยืมรถเพื่อไปแกล้งเป็นคนรวยในต่อหน้าเพื่อนๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ ถ้าเขาพูดออกมาเอง ก็จะดูน่ากระอักกระอ่วนไม่มากก็น้อย
เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟิงมองจุดนี้ออก ดังนั้นยังไม่รอให้เขาพูดจบ เขาก็ยื่นกุญแจรถให้ตน เป็นวิธีการคลายความกระอักกระอ่วนของเขาได้อย่างแยบยล
“เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอบคุณหรอก ถ้านายยังเกรงใจฉันอีก คราวหน้าไม่ต้องเรียกฉันว่าพี่เฟิงแล้ว” เฉินเฟิงยิ้ม ถึงแม้หลี่เล่อจะออกมาในสังคมหลายปีแล้ว แต่ความคิดของเขายังคงหยุดอยู่ในสมัยนักเรียน
หน้าบาง เกรงใจที่จะรบกวนคนอื่น
ความคิดแบบนี้ อยู่ในสังคม ความเป็นจริงจะทำให้เสียเปรียบ
“แฮะๆๆ พี่เฟิงสอนถูกแล้วครับ คราวหน้าผมจะไม่เกรงใจพี่เฟิงแบบนี้แล้ว” หลี่เล่อยิ้มแห้งๆ เขาเกรงใจเล็กน้อย เฉินเฟิงไม่เคยมองเขาเป็นคนนอก แต่เขากลับระมัดระวังเวลาอยู่กับเฉินเฟิงตลอด
แต่ว่าบางครั้ง การคอยระมัดระวังเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ไม่ผิด รถอาวดี้A6ของเฉินเฟิง เพิ่งถอยออกมาได้ไม่กี่วัน อีกทั้งรถยนต์ถือเป็นภรรยาคนที่สองของผู้ชาย เขายืน‘ภรรยา’ของเฉินเฟิง ควรจะมีท่าทีถ่อมตนเสียหน่อย
ตอนเที่ยงหลังจากเลิกงาน เฉินเฟิงมาที่โรงพยาบาล
เดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยเขาก็เพ