ิ่งเห็นว่า หลินหวั่นชีวฟื้นขึ้นมาจากการหมดสติแล้ว เวลานี้เธอนั่งอยู่ตรงเตียงผู้ป่วยด้วยความเหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เฉินเฟิงถอนหายใจเล็กน้อย จากนั้นใบหน้าของเขากลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง:“หวั่นชีว รู้สึกยังไงบ้าง?”
“หือๆ พี่เฉินเฟิง ฉันกลัวค่ะ……”
เมื่อเห็นเฉินเฟิง หญิงสาวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เธอโผเข้ากอดเฉินเฟิง แล้วร้องไห้เสียงเบา
“ไม่ต้องกลัว เรื่องมันผ่านไปแล้ว” เฉินเฟิงยื่นมือออกไป ตบไหล่ที่สั่นเทาของหญิงสาวเบาๆ ไม่ว่าเมื่อคืนหลินหวั่นชีวจะกล้าหาญมากแค่ไหน แต่เรื่องที่เธอเดินผ่านประตูนรกนั้นเป็นความจริง ไม่ทิ้งปมไว้ในใจเธอก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว
“พี่เฉินเฟิง ฉัน……ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เจอพี่อีกแล้ว” น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยของหลินหวั่นชีว มือที่กอดเฉินเฟิงเอาไว้ กระชับแรงมากขึ้น เธอไม่ได้กลัวตาย ความตายเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เธอกลัวก็คือ หลังจากที่ตายแล้วจะไม่ได้เจอเฉินเฟิงอีก
“ไม่มีทางหรอก พี่รับปากเรา หลังจากนี้เราไม่มีทางไม่ได้เจอพี่” นัยน์ตาของเฉินเฟิงฉายความสับสน จากนั้นเขาก็ฝืนยิ้ม
นี่ถือเป็นคำสัญญาไหม?
หลินหวั่นชีวอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิง เธออยากถามเฉินเฟิงว่าคำพูดนี้ถือเป็นสัญญาไหม แต่พอคำพูดมาถึงที่ปาก เธอกลับกลืนมันลงไป
เธอดูออก ในใจของเฉินเฟิงยังมีเสี้ยเมิ่งเหยา อีกทั้งเสี้ยเมิ่งเหยาที่อยู่ในใจเฉินเฟิงนั้น กินพื้น