หยาตัดสินใจถามคำถามนี้ออกไป เธอสงสัยตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว คนที่ทำให้หลิวเส้าฝู้หายไปอย่างไร้ร่องรอยคือเฉินเฟิง วันนี้หลังจากที่รู้จากหลินหลันว่าเฉินเฟิงมาที่จงไห่ได้ระยะหนึ่งแล้ว เธอก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิม”
“ใช่ ฝีมือผมเอง”
เฉินเฟิงไม่ได้ปิดบัง แต่เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมา
เรื่องแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ยิ่งไปกว่านั้น ขอเพียงแค่เสี้ยเมิ่งเหยาสืบ รายชื่อพนักงานที่เข้ามาในบริษัทช่วงนี้ เธอก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือเขา
“ขอบคุณนะคะ” จิตใจของเสี้ยเมิ่งเหยาสับสนเล็กน้อย ที่แท้ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ เฉินเฟิงคอยจับตาดูเธอมาโดยตลอด
“คุ้นชินกับการทำงานที่บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปไหมครับ?” เฉินเฟิงถาม บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่าเกือบสามร้อยล้านหยวน แตกต่างจากบริษัทเล็กๆของตระกูลเสี้ย บริษัทขนาดใหญ่อย่างบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป ต้องการที่จะควบคุมดูแล จำเป็นต้องพิจารณาหลายด้าน
การโยกย้ายบุคลากร ธุรกรรมทางการเงิน อีกทั้งยังมีความเท่าเทียมระหว่างแผนก…..เรื่องพวกนี้เสี้ยเมิ่งเหยาต้องลงมือทำด้วยตนเอง
แต่เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ได้มีประสบการณ์มากเท่าไหร่ในการควบคุมดูแลบริษัทขนาดใหญ่ จู่ๆมาทำแบบนี้ มีความเป็นไปได้ที่เธอต้องเผชิญกับแรงกดดัน
หากระยะยาว เฉินเฟิงเป็นห่วง กลัวว่าเสี้ยเมิ่งเหยาจะเหนื่อย
“ชินแล้วค่ะ” เหมือนรู้ว่าเฉินเฟิงกำลังคิดอะไร น้ำเสียงของเสี้ยเมิ่งเหยาเปลี่ยนเป็นรวดเ