ร็วขึ้นมา
“น้าฉินสอนฉันหลายอย่างเลยค่ะ อีกทั้งฉันยังมีกลุ่มคนระดับหัวกะทิที่คอยวางแผนธุรกิจให้ฉัน ฉันรู้สึกว่าการดูแลบริหารบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ปสบายกว่าบริหารบริษัทเดิมของตระกูลเยอะมากค่ะ”
“สบายก็ดีแล้ว” เฉินเฟิงคลายยิ้มบางๆ เสี้ยเมิ่งเหยาพูดแบบนี้เพื่อปลอบประโลมเขา แรงกดดันในการบริหารบริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป มีมากกว่าแรงกดดันตอนที่บริษัทบริษัทตระกูลมาก
ทั้งสองบริษัทไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
หลงจากพูดคุยกับเสี้ยเมิ่งเหยาอีกสักพักหนึ่ง เฉินเฟิงก็วางสาย
การคุยโทรศัพท์กันครั้งนี้ ทำให้ความรู้สึกห่างหายของคนสองคนที่หย่าร้างกันจางหายไปมากขึ้น
แต่ช่องว่างระหว่างทั้งสองคน ยังคงมีอยู่
หลังจากกลับไปที่รถ สีหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยากลับมานิ่งสงบอีกครั้ง จากสีหน้าของเธอไม่มีใครดูออกว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร
“ประธานเสี้ยคะ ตอนนี้พวกเรา……”
“กลับบริษัท”
หลังจากออกคำสั่ง เสี้ยเมิ่งเหยาพิงตัวลงบนเบาะ เธอหลับตาลง
หลินหลันเองก็ปิดปากเงียบอย่างรู้ตัว เพราะเสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้ ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ถึงแม้เธอจะไม่ได้ศึกษาเรื่องรถหรู แต่เธอก็รู้ว่า รถคันที่เธอกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ เป็นมาเซราติรุ่นพรีเมี่ยม
ราคาในประเทศ สูงถึงหกล้านหยวน!
อีกทั้ง นอกจากรถยนต์มาเซราติแล้ว ยังมีฟางหย่าซึ่งดูเป็นผู้หญิงแกร่ง เธอบอกว่าตนเองเป็นเลขาของเสี้ยเมิ่งเหยา ทั้งยังเรียกเธอว่าประธานเสี้ย
ทั้งหมดนี้อธิบายได้ว่า เสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี