หยาหมุนตัวหันหลังเดินออกไป เธอไม่ได้ฟังคำอธิบายของหลิวคุนแม้แต่น้อย
“พี่คุน ทำยังไงดีครับ?” อู่จื้อเคออดไม่ได้ที่จะมองไปทางหลิวคุน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะเขาปากพล่อยเรียกหลินหวั่นชีวว่าพี่สะใภ้ ถ้าไม่มีคำว่าพี่สะใภ้ บางทีเรื่องคงไม่มาถึงขั้นนี้
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” หลิวคุนขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา เจอกับเสี้ยเมิ่งเหยาในวันนี้ ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึง
อีกทั้งมองดูแล้ว ความสัมพันธ์ของเฉินเฟิงและเสี้ยเมิ่งเหยา ยังคงลึกซึ้งมาก
แต่เพราะความลึกซึ้งนี้ จึงทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดในวันนี้
ถึงแม้อาการของหลินหวั่นชีวจะทรงตัวแล้ว แต่เพื่อกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นอีก เฉินเฟิงจึงเชิญเจียงจุงถิงมา โดยผ่านสือโพ่จุน
หลังจากตรวจดูอาการแล้ว เจียงจุงถิงเดินมาตรงหน้าเฉินเฟิงด้วยสีหน้าแปลกๆ
“อาเจียง หวั่นชีวเป็นยังไงบ้างครับ?” เฉินเฟิงถามเสียงทุ้มต่ำ
เจียงจุงถิงไม่ได้ตอบคำถามเฉินเฟิง แต่กลับถามเขา:“คุณเฉิน คุณแน่ใจหรอว่าก่อนหน้านี้คุณหลินถูกรถชน?”
“แน่ใจครับ” เงียบไปครู่หนึ่ง เฉินเฟิงยิ้มเศร้า เขาพอจะเดาอาการของหลินหวั่นชีวได้แล้ว
หนึ่งวินาทีถัดมา เจียงจุงถิงยืนยันในสิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้ “ร่างกายของคุณหลิน ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ”
“ดูเหมือนว่าคุณเฉินไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับอาการของคุณหลิน?” เจียงจุงถิงอดไม่ได้ที่จะมองเฉินเฟิง อาการของหลินหวั่นชีว ไม่สามารถใช้คำว่าปาฏิหาริย์ทางการแ