นครเทียนจิง เพียงชั่วพริบตาที่ลวี่หยางปรากฏกาย เอ่ยวาจาออกมา ทุกสิ่งก็พลันกลายเป็นขาวดำ ปรากฏคลื่นกระเพื่อมยากจะบรรยาย แผ่ซ่านออกไปสู่ทิศทั้งหลาย
ที่ใดคลื่นนั้นผ่านพ้น สิบทิศล้วนดับสิ้น
อาคารหายไป ผู้คนหายไป ทุกสิ่งราวกับไม่เคยดำรงอยู่ ไม่ว่าท่านจะเป็นเพียงขอทานข้างถนน หรือเป็นผู้ฝึกวิถียุทธ์ระดับเทียนเหรินก็ถูกปฏิบัติอย่างเสมอภาค!
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้!?”
มีผู้ฝึกวิถียุทธ์ระดับเทียนเหรินตะโกนด้วยความหวาดผวา ไม่อาจยอมรับได้
ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะตอบสนองเช่นไร ไม่ว่าจะหลบหนี มึนงง หรือคลุ้มคลั่ง ก็ล้วนเลือนหายไปอย่างเงียบงันในคลื่นนั้น
มีเพียงข้อยกเว้นหนึ่ง คือ ‘บัณฑิตใจนักปราชญ์’ หวังโป๋หย่วน อัจฉริยะผู้เปิดวิถียุทธ์ก้าวที่สี่ ยามนี้กลับสงบนิ่งเกินคาด เพียงเงยหน้ามองนภา แววตาเผยให้เห็นความโล่งใจอยู่สายหนึ่ง: “วิชาทัสนาวาสนา… เหอะ กบในก้นบ่อจะกล่าวถึงการทัสนาวาสนา หรือกล่าวถึงการเฝ้ามองฟ้าได้อย่างไรกัน?”
เมื่อครั้งฝ่าทะลุสู่ขั้นเทียนเหรินหวังโป๋หย่วนก็พบความผิดปกติแล้ว
เขาสร้าง “วิชาทัศนาวาสนาสามพลัง” ใช้มนนุษย์คำนวณฟ้า ทว่าเมื่อทุ่มเทสรรพวิชาตลอดชีวิต เฝ้ามองฟ้าและดิน กลับเกิดความแปรปรวนใหญ่หลวง
เพราะสิ่งที่เขามองเห็น คือฟ้าและดินมีความบกพร่อง!
แม้งดงาม แต่หาได้สมบูรณ์ หากเหมือนวัตถุปลอมที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน!
ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้าใจว่าเป็นเพราะตนเองคำนวณผิดวิชาทัสนาวาสนายังไม่สม