ั้น นอกจากเล่นเปียโนได้ดีแล้ว มันไม่มีทางมีความสามารถแบบอื่นหรอก!
เฉินเฟิงเริ่มขมวดคิ้ว: “นายไม่ยอมรับ?”
“ใช่ ฉันไม่ยอมรับ!”
“ไอ้กระจอกที่ขับซานตาน่ามือสองอย่างแกไม่คู่ควรกับหวั่นชีว!” ไป๋เหวินซั่วกัดฟันบอกหน้าด้านๆ
“ฉันจะแข่งบู้กับแก! ถ้าแกยังแข่งชนะฉันอีก…”
“ไป๋เหวินซั่ว นายจะหน้าด้านไปถึงไหนหะ?!” ไป๋เหวินซั่วยังพูดไม่ทันจบ เซียวรั่วก็แผดเสียงด่าเขาขึ้นมาเลย นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว!
หน้าด้านมากจริงๆ!
เซียวรั่วเคยเจอคนหน้าด้านมา แต่ไม่เคยเห็นใครหน้าด้านเท่าไป๋เหวินซั่วมาก่อน คนบอกจะแข่งก็เขา คนจะแข่งบุ๋นก็เขา ตอนนี้แพ้แล้วกลับไม่ยอมรับ ยังอยากแข่งบู้กับเฉินเฟิงต่ออีก? มีคนหน้าด้านแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย?
“เซียวรั่ว หุบปากไปเลยนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ” ไป๋เหวินซั่วอายจนโกรธ เขารู้ดีว่าตัวเองหน้าด้านแค่ไหนในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เขาเหมือนขี่หลังเสืออยู่ เขาต้องให้บทเรียนกับเฉินเฟิงเพื่อกู้หน้าตัวเองกลับมาซักหน่อย ไม่อย่างนั้นต่อไปชื่อเสียงเขาในมหาลัยจงไห่คงกลายเป็นเรื่องตลกแน่
ไป๋เหวินซั่วเบนสายตากลับไปที่เฉินเฟิง
“ไอ้กระจอก แกเก่งมากไม่ใช่หรอไง มาแข่งบู้กับฉันต่อสิ! ถ้าแกแข่งบู้ชนะฉัน ต่อไปฉันจะเดินอ้อมหนีหวั่นชีวเลย!” ไป๋เหวินซั่วสีหน้าชั่วร้าย ขอแค่ซัดเฉินเฟิงตกเวทีได้ วันนี้เขาก็ไม่ถือว่าแพ้แล้ว!
เขายังมีโอกาสพลิกเกมส์กลับมาได้!
เฉินเฟิงส่ายหน้าบอก: “ฉันไม่อยากสู้กับคนอย่างนาย มันจะ