ักศึกษาคนอื่น กล้าทำเรื่องแบบนี้บนเวที ไม่ต้องพูดถึงไล่ลงเวทีเลย ตอนนี้คงถูกไล่ออกไปแล้วแน่ๆ
แต่นี่ดันเป็นไป๋เหวินซั่ว เป็นไป๋เหวินซั่วที่มีพ่อเป็นเจ้าจองจิลเวอร์รี่ใหญ่ ทำให้คณาจารย์ลำบากใจกันมาก
“อธิการบดีเหอ หรือให้ไป๋เหวินซั่วลงมาดี?” หัวหน้าฝ่ายหันมาเลียบเคียงถาม เรื่องเกี่ยวเนื่องกับไป๋เหวินซั่ว หัวหน้าฝ่ายตัวเล็กๆอย่างเขา ตัดสินใจไม่ได้อยู่แล้ว ต้องถามจากอธิการบดีมหาลัยเนี่ยแหละ
“เอ่อ…” อธิการบดีเหอมีสีหน้าลำบากใจ เห็นได้ชัดว่าไป๋เหวินซั่วมีความแค้นกับนายเฉินเฟิงอะไรนั่น ตอนนี้ไล่ไป๋เหวินซั่วลงไป ไม่ต่างอะไรกับหักหน้าไป๋เหวินซั่ว ต้องทำให้ไป๋เหวินซั่วโกรธแค้นเขาแน่
“เลขาธิการหยาง ประธานจู คุณสองคนคิดว่าเรื่องนี้ควรจัดการยังไง?” อธิการบดีเหอเบนสายตาไปที่หยางเจี้ยนโสงและจูชิ่งเฟิงที่อยู่ข้างๆ สองคนนี้พอสนิทสนมกับไป๋เสี้ยวเทียนอยู่บ้าง และพอมีปากมีเสียงต่อหน้าไป๋เสี้ยวเทียนอยู่บ้าง ให้สองคนนี้ตัดสินใจ ต่อให้ไป๋เหวินซั่วไม่พอใจอยู่บ้าง ก็คงจะไม่ว่าอะไร
หยางเจี้ยนโสงกับจูชิ่งเฟิงสบตากันหนึ่งที ต่างพากันส่ายหัวเบาๆอย่างไม่ได้นัดหมาย
“แค่กๆ อธิการบดีเหอ ผมคิดว่าเรื่องนี้มันไม่หนักหนาอะไร คนหนุ่มสาวอารมณ์ร้อนมันเรื่องธรรมดา พวกเราก็เคยผ่านมากันทั้งนั้น น่าจะเข้าใจได้นะครับ” หยางเจี้ยนโสงมีประสบการณ์ด้านสังคมสูงมาก พูดออกมาทีไม่มีช่องโหว่อะไรเลย ถึงจะไม่ได้บอกตามตรงว่าควรจัดการเรื่อง