งพลางว่า: “ฉันมาเพื่อบอกนายเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร?” เฉินเฟิงหรี่ตามอง ที่แท้ก็มาหาเรื่อง น่าสนุกนี่
“ไปจากหวั่นชีวซะ” ไป๋เหวินซั่วพูดออกมาสั้นๆ
“นายไม่คู่ควรกับหวั่นชีวหรอก” ไม่รอเฉินเฟิงเอ่ยคำ ไป๋เหวินซั่วกำชับออกมาอีกคำ
เฉินเฟิงหัวเราะ: “คุณรู้ได้ไงว่าผมไม่คู่ควรกับหวั่นชีว? เพราะผมขับรถซานตาน่า?”
ไป๋เหวินซั่วแทบสะอึก เขาไม่คิดว่าเฉินเฟิงจะพูดออกมาตรงๆแบบนี้
“ใช่ เพราะนายขับรถซานตาน่า ฉันไม่คิดว่า ผู้ชายที่ขับรถซานตาน่าจะมีปัญญาทำให้หวั่นชีวมีความสุขได้” หลังสูดลมหายใจเข้าปอด ไป๋เหวินซั่วก็พูดออกมาเสียงขรึม
เฉินเฟิงพยักหน้า ก่อนยิ้มเบนสายตามาที่ไป๋เหวินซั่ว: “คุณขับรถอะไรล่ะ?”
“Deephouse” ถึงไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเฟิงถามแบบนี้ แต่ไป๋เหวินซั่วก็ตอบอย่างเย่อหยิ่งออกมา
“Deephouse?”
เฉินเฟิงหัวเราะบอก: “ก็ไม่เลวนะ น่าจะราคาประมาณห้าล้านกว่าล่ะมั้ง”
“ใช่ ราคาประมาณห้าล้านกว่าแหละ ไอ้กระจอกอย่างแกเข้าใจเรื่องรถเหมือนกันนี่” ไป๋เหวินซั่วแสยะยิ้ม สายตาที่มองเฉินเฟิงเต็มไปด้วยความประชด เขาไม่เข้าใจว่า ไอ้กระจอกขับซานตาน่าอย่างเฉินเฟิงจะเข้าใจราคารถDeephouseไปทำไม เขาคิดว่าตัวเองจะซื้อไหวหรือไง?
เฉินเฟิงยิ้มบาง ไม่ได้สนใจการประชดประชันของไป๋เหวินซั่ว แต่ยิ้มถามกลับว่า: “นายซื้อรถเอง หรือพ่อนายซื้อให้ล่ะ?”
“เกี่ยวกับนายหรือไง?” สีหน้าไป๋เหวินซั่วเปลี่ยนเล็กน้อย เหมือนโดนเฉินเฟิงจี้ใจดำ
“ไม่