เป็นไร” เฉินเฟิงส่ายหน้า: “ผมแค่อยากบอกคุณว่า ซานตาน่าของผมน่ะต่อให้เก่าหรือพังแค่ไหน ผมก็ซื้อมาเอง”
“ส่วนDeephouseของคุณน่ะ ต่อให้หรูทันสมัยแค่ไหน คุณก็ไม่ได้ซื้อมาเอง ไม่มีพ่อคุณ อย่าว่าแต่Deephouse แค่ตัวล้อรถคุณก็ไม่มีปัญญาซื้อได้หรอก”
“ดังนั้น รอวันไหนที่คุณสามารถซื้อDeephouseได้ต้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณเองแล้ว ค่อยมาบอกว่าคุณสามารถให้ความสุขกับหวั่นชีวได้ ดีไหม?”
สีหน้าไป๋เหวินซั่นเริ่มบิดเบี้ยว ต้องยอมรับเลยว่า คำพูดของเฉินเฟิงแทงใจเขาอย่างแรง ลูกคนรวยอย่างเขา ถ้าไม่มีพ่อแม่แล้ว ก็ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
ถ้าไม่มีพ่อแม่ เขาไม่มีปัญญาซื้อDeephouseได้เลย และเขาก็ไม่มีปัญญามาโอ้อวดต่อหน้าเฉินเฟิงด้วย
“คารมนายไม่เลวนี่” ไป๋เหวินซั่วมองเฉินเฟิงอย่างมาดร้าย
“ขอบคุณที่ชมครับ” เฉินเฟิงยิ้มบาง
“ขอบคุณ?” ไป๋เหวินซั่วยิ้มเย็น: “หวังว่าอีกเดี๋ยวพอฉันขึ้นแสดงแล้ว นายยังจะขอบคุณออกมาได้อยู่!” พูดจบ ไป๋เหวินซั่วก็สะบัดหน้ากลับไป
แต่ว่าเฉินเฟิงกลับขมวดคิ้วออกมา ทำไมฟังไป๋เหวินซั่วพูดเหมือนจะขึ้นเวทีไปทำอะไรสักอย่าง?
หลายนาทีผ่านไป งานฉลองเริ่มต้นขึ้น
พิธีกรชายหญิงสองคู่ขึ้นเวที พวกเขาพูดตามสคริปต์ และประกาศข่าวหนึ่งออกมา หลังจากรายการคืนนี้จะมีแขกพิเศษมาที่นี่ เพื่อร้องเพลงเนื่องในงานฉลองครบรอบร้อยปีของมหาลัยจงไห่
ทุกคนต่างพากันอยากรู้ และเริ่มเมาท์มอยกันอย่างบ้าคลั่งในฐานะของแขกพิเศษคนนี้
แต่คุยกัน