อยู่นานก็เดาไม่ออก
สำหรับเรื่องนี้ เฉินเฟิงไม่ได้เสียใจอะไร เขามาที่นี่ก็เพราะมาดูการแสดงของหลินหวั่นชีว ส่วนเรื่องแขกพิเศษอะไร ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
รายการแรกของงานฉลองคือการแสดงวิทยายุทธ์ ผู้แสดงเป็นชายหนุ่งร่างสูงใหญ่ใส่ชุดฝึกยุทธ์สีขาว ร่างใหญ่ตัดกับสีผิวบรอนด์ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ด้านล่างเวทีตาเป็นประกายระยิบระยับ
ตามด้วยการกระโดดเตะขนไม้กระดานหักเป็นสองท่อนของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้บรรยากาศตื่นเต้นถึงขีดสุด มีสาวน้อยหลายคนกรี๊ดร้องลุกขึ้นเชียร์ชายหนุ่ม
เฉินเฟิงที่อยู่ท่ามกลางคนมากมาย รู้สึกเหมือนขี้หูเขากำลังเต้นระบำ
หลังการแสดงวิทยายุทธ์ของชายหนุ่มเสร็จสิ้นลง เสียงกรี๊ดร้องข้างหูเริ่มเบาบางลง เฉินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็ยิ่งรอคอยการแสดงของหลินหวั่นชีวมากขึ้น
หนึ่งชม.ผ่านไป งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงท้าย รายการที่ขึ้นแสดง คุณภาพเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์ของคนดูก็ตื่นเต้นจนถึงขีดสุด
หลังจากการแสดงเดี่ยวกู่เจิงจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วงาน
หลังจากเสียงปรบมือจบลง พิธีกรหญิงในชุดราตรีสีแดงยิ้มพลางเดินขึ้นเวที
“ในบรรดาเครื่องดนตรีโบราณของแต่ละประเทศในโลกนี้ เปียโนปัจจุบันได้รับการยกย่องจากนักดนตรีชื่อดังมากมายว่าเป็นราชาของเครื่องดนตรี เสียงเปียโนดุจเสียงสวรรค์ สามารถดีดเสียงอ่อนโยนที่สุดในใจเราออกมา เสียงเปียโนสะท้อนไปมาร้อยครั้งพันครั้ง ไพเราะดังเสียงสวรรค์…”
“ใช่ ต่อมาไป๋เห