ย กลับยิ้มดึงหลินหวั่นชีวที่หน้าแดงไปยืนหน้าเฉินเฟิง
“ขอโทษนะคะ พี่เฟิง ลืมบอกพี่ตอนโทรไปเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของมหาลัยจงไห่ในวันนี้ จะไม่ยอมให้คนนอกเข้ามหาลัย” เซียวรั่วยิ้มร่าเริงบอก
“ไม่เป็นไร พี่ก็พึ่งมาได้ไม่นาน” เฉินเฟิงยิ้ม ตอนเจอเขาที่หน้ามหาลัย ยามหลายคนเสียมารยาทกับเขามากอยู่ แต่พอบุหรี่ไม่กี่มวนสูบไป พวกเขาก็มีทีท่าดีขึ้น
“พี่เฉินเฟิง…” หลินหวั่นชีวมองเฉินเฟิงด้วยสีหน้าแดงก่ำ พอเห็นเขาเบนสายตามาทางเธอ เธอก็รีบก้มหน้าลง
เฉินเฟิงหน่ายใจเมื่อเห็นท่าทีของหลินหวั่นชีว เขาไม่ได้ตาบอด หลินหวั่นชีวชอบเขา เขาดูออก แต่ในใจเขาเต็มไปด้วยเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว ดังนั้นเขาเลยเห็นหลินหวั่นชีวเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งมาตลอด
แต่เขาไม่รู้ว่าจะบอกหลินหวั่นชีวยังไงดี
“เรื่องการแสดงสู้ๆนะ พยายามนิ่งไว้ อย่าตื่นเต้น” สุดท้าย เขาเลยยิ้มกำชับหลินหวั่นชีวไปหน่อย ไม่ว่ายังไง ก็ต้องให้หลินหวั่นชีวแสดงการแสดงครั้งแรกในชีวิตนี่ออกมาให้ดีที่สุด
“ค่ะ” หลินหวั่นชีวพยักหน้าเบาๆ สายตาหม่นหมองลงวูบหนึ่ง
“พี่เฟิง มายังไงคะเนี่ย ขับรถหรือนั่งแท็กซี่มา?” เซียวรั่วถาม
“พี่ขับรถมาน่ะ” เฉินเฟิงชี้ไปที่ซานตาน่าที่จอดอยู่
“ซานตาน่า?!” พอเห็นรถของเฉินเฟิงคือซานตาน่า เซียวรั่วเบิกตากว้าง แววตาตกใจปิดไม่มิด อย่างเฉินเฟิง ยังไงก็ไม่น่าจะขับซานตาน่ามานี่นา
“ฉันมองไม่ผิดใช่ไหม? เขาขับรถซานตาน่า?”
“นายไม่ได้ดูผิด ซานต