ี่งด้วย เพียงแต่เขาคิดไม่ถึงเบื้องหลังของหลิวหยวนชี่งจริงๆ
แม้แต่ตระกูลเฉินยังต้องคิดใคร่ครวญ…
คำพูดนี้เพียงพอแล้วที่จะอธิบายทั้งหมด
ทั่วทั้งหวาเซี่ย ตระกูลที่สามารถทำให้ตระกูลเฉินประหวั่นได้มีไม่มาก พูดให้ชัดเจนคือ น่าจะมีแค่ห้าตระกูล ซึ่งพวกเขารวมกันเป็นหกตระกูลใหญ่!
“หลิวเส้าฝู้ยังไม่ตาย ผมละเว้นชีวิตเขาได้ แต่หลังจากผมละเว้นชีวิตเขาแล้ว คุณจะรับประกันกับผมยังไงว่า ต่อไปเขาจะไม่ไปเกาะแกะเสี้ยเมิ่งเหยาล่ะ?” เฉินเฟิงหรี่ตาถาม ทั้งหมดที่เขาทำเพื่อกำจัดขวากหนามให้เสี้ยเมิ่งเหยา ถ้าปล่อยหลิวเส้าฝู้ไป แล้วเขายังไปเกาะแกก่อกวนเสี้ยเมิ่งเหยาอีก เท่ากับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยสิ
ดังนั้นเขาต้องได้รับการยืนยันจากฉินเสวี่ยนหรัวก่อน
“เฉินเฟิง… ฉันจะเตือนเขาเอง” ฉินเสวี่ยนหรัวชะงักกึก
“เรื่องนี้จะว่าไปแล้ว ฉันก็ต้องรับผิดชอบ ตอนแรกที่เสี้ยเมิ่งเหยามาจงไห่ ฉันรับประกันกับนายไว้แล้วว่า จะไม่มีใครสามารถทำอะไรเธอได้ แต่ทางด้านหลิวเส้าฝู้…ฉันพลาดเอง”
“ฉันขอโทษนายตรงนี้ด้วยเลยนะ”
“ไม่จำเป็นหรอก ขอโทษน่ะช่างเถอะ ขอแค่คุณรับประกันว่า ครั้งนี้ผมปล่อยหลิวเส้าฝู้ไปแล้ว เขาจะควบคุมตัวเองให้ดีขึ้นก็พอแล้ว” เฉินเฟิงบอก เขาไม่ได้โทษฉินเสวี่ยนหรัว เพราะเรื่องนี้ฉินเสวี่ยนหรัวก็ลำบาก
บริษัทคางเหม่ยกรุ๊ป หลิวหยวนชี่งต่างหากที่เป็นหุ้นส่วนที่ใหญ่ที่สุด ส่วนฉินเสวี่ยนหรัวก็แค่หนึ่งในบรรดาหุ้นส่วน สิ่งที่เธอสามารถคว