ไปเยี่ยมเยียนขอบคุณด้วยตัวเองเลยทีเดียว สำหรับบุญคุณที่ช่วยเส้าฝู้ลูกชายผมไว้”
หลิวหยวนชี่งพูดอย่างร่าเริง ไม่เอ่ยถึงสภาพของหลิวเส้าฝู้ตอนนี้เลย ไม่แม้แต่ถามว่าฉินเสวี่ยนหรัวหาลูกชายเขาเจอได้ยังไงสักนิด เหมือนไม่สนใจยังไงยังงั้น
“ประธานหลิวเกรงใจไปแล้วค่ะ คนกันเองแท้ๆ” ฉินเสวี่ยนหรัวฝืนยิ้มพูดกลับไปตามมารยาท ในใจกลับเครียดขึ้นมา นี่แหละความเจ้าเล่ห์ของจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ เขาไม่ถามสักคำถึงอาการของหลิวเส้าฝู้ หรือแม้แต่ว่าเธอหาหลิวเส้าฝู้เจอได้ยังไง ไม่ได้แปลว่าเขาไม่สนใจ
แต่เขาแค่ตัดสินใจไปแล้ว เขาไม่อยากฟังสิ่งที่ฉินเสวี่ยนหรัวพูดออกมา เขาไม่อยากโดนฉินสวี่ยนหรัวชักจูงไปผิดทาง
ไม่แน่ว่า ตอนนี้เขาคงกำลังจัดอันดับฉินเสวี่ยนหรัวเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งอยู่ก็ได้
นี่ต่างหากที่ทำให้ฉินเสวี่ยนหรัวปวดหัวอยู่ตอนนี้ การสนทนากับจิ้งจอกเฒ่าอย่างหลิวหยวนชี่งนี่ วิธีธรรมดาใช้กับเขาไม่ได้หรอก
จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ไม่เชื่อฟ้า ไม่เชื่อดิน บางครั้งเขายังไม่เชื่อแม้สิ่งที่ตาตัวเองเห็นเลย เขาเชื่อแต่สิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเท่านั้น